เช้าข่าว 7 สี

Green Report : ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำตามพระราชดำริ ปนเปื้อนสารพิษ

ล่วงเวลานับปีแล้ว ที่มีการลักลอบทิ้งสารเคมีอันตรายในพื้นที่ บริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจร แห่งที่ 16 ตามพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา จนมีการสั่งห้ามใช้น้ำในอ่างอย่างเด็ดขาด เพราะมีค่าความเป็นกรดสูงมาก

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการหารือถึงแผนการฟื้นฟูแล้วหลายครั้ง เพิ่งจะได้ข้อสรุป ให้กรมชลประทาน จัดสรรงบมาฟื้นฟู เนื่องจากพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบ

กรมชลประทาน ใช้งบ 8,000,000 กว่าบาท ว่าจ้างบริษัทเอกชน เข้ามาขนย้ายวันละ 100 คิว และส่งไปกำจัดสารเคมีด้วยการเผาทำลาย โดยใช้เวลา 15 วัน

แผนการ คือ ต้องขุดตักหน้าดิน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ปริมาณดินปนเปื้อน 2,000 ตัน ใส่รถขนย้ายอย่างมิดชิดออกไปกำจัด ที่บริษัท เอกอุทัย จำกัด อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจะปรับสภาพให้มีความเป็นกลาง ค่า PH 5-7 ด้วยปูนขาว และส่งยืนยันผลตรวจที่ห้องปฏิบัติการ

พื้นที่ต้นเหตุอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำใหญ่ ซึ่งเมื่อฝนตก สารเคมีจะไหลซึมลงแหล่งน้ำ จนขณะนี้ผ่านมานับปีตั้งแต่เกิดเหตุ ยังเห็นร่องรอยของสารพิษในตะกอนดินอยู่ ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) และกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างน้ำในอ่างตรวจทุก 3 เดือน พบว่า ยังมีค่าความเป็นกรดสูง อยู่ที่ 2.9 ซึ่งรุนแรงกว่าในช่วงเกิดเหตุแรกๆ

สำหรับการฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำในระยะถัดไป กรมชลประทานจะใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ

เบื้องต้น ชาวบ้านพอใจที่กรมชลประทาน เข้ามาแก้ไขกำจัดสารพิษ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำ

ที่น่าติดตาม หลังจากนี้ คือ คดีความที่มีการฟ้องร้องหาผู้กระทำความผิด ยังไม่มีความคืบหน้าเอาผิดใครได้ ซึ่งจากข้อมูลยังคงพุ่งเป้าไปที่โรงงานประเภทหลอมโลหะ

เจ้าหน้าที่ ให้ข้อมูลว่า สารเคมีที่พบสามารถบ่งชี้ได้ว่ามาจากโรงงานประเภทใดได้ ... เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมรอไม่ได้