ห้องข่าวภาคเที่ยง

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 5 รูปแบบ

โดยการฟื้นตัวแบบแรก เรียกว่า แบบ V-Shape “ลงเร็ว ฟื้นเร็ว” โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะลงดิ่งต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้น และจะฟื้นตัวหลังจากนั้น แต่ดูเหมือนการฟื้นตัวในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดกระจายไปแล้วทั่วโลก

2. แบบ Swoosh, Tick or Italicized V Shape “ไถลลงเร็ว ค่อยๆ ฟื้นตัว” คล้ายกับรูปแบบแรก คาดว่าน่าจะเป็นกรณีพื้นฐาน โดยเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบรุนแรงไถลลงลึก อยู่ที่ก้นเหวช่วงสั้นๆ แล้วค่อยๆ ฟื้นตัว เหมือนสุภาษิตโบราณที่ว่า “ยิ่งตกลงแรงยิ่งดีดขึ้นสูง” ทยอยฟื้นตัวตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่การค้าและการเดินทางระหว่างประเทศ การฟื้นตัวจะใช้เวลานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการกับโรคระบาดและความสำเร็จในการผลิตวัคซีน คาดว่ากลับมาอยู่ภาวะก่อนวิกฤตได้ในราวปลายปี 2564

3. แบบ U-Shape “หดตัวนาน ฟื้นตัวช้า” ต่างจากรูปแบบที่ 2 ตรงที่ระยะเวลาของผลกระทบที่อาจนานกว่า ทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศและภาคการท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาฟื้นตัวได้ภายในปีนี้ ความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและผู้บริโภคยังไม่กลับมาโดยง่าย ผู้คนยังลังเลกับกิจกรรมนอกบ้านที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่งผลให้เกิดการชะงักงันด้านอุปทานเนื่องจากกำลังซื้อหายไปมาก

4. แบบ W-Shape “ฟื้นเร็ว ดิ่งลงรอบสอง” จากความไม่แน่นอนของการระบาดระลอก 2 หรือ 3 ที่อาจทำให้ภาครัฐต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เห็นการฟื้นตัวรูปแบบนี้คือ การผ่อนคลายมาตรการที่เร็วเกินไป

และแบบ ที่ 5 L-Shape “หดตัวยาวนาน ไร้สัญญาณการฟื้นตัว” เป็นกรณีเลวร้ายสุด ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ ประสบการณ์ในอดีตชี้ว่า วิกฤตการเงินในช่วงก่อนปี 2551 - 2552 ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 4 ปี กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิม

ส่วนเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด-19 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบใดนั้น ธปท.ประเมินว่า คำตอบจะยังมีความไม่แน่นอนสูง เพราะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของประชาชน ธุรกิจ และภาครัฐ ด้วย ซึ่งหากปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงแบบวิถีชีวิตใหม่ ได้เร็ว เศรษฐกิจจะฟื้นตัวแบบ “เครื่องหมายถูก” (หรือ Nike Shaped คือ เศรษฐกิจไถลลงเร็ว แล้วค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก) ด้านภาคการผลิต อย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มอง หากเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในรูปแบบดังกล่าว รัฐบาลต้องมีส่วนสนับสนุนอย่างมากในด้านการฟื้นฟู

ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัว คือ การควบคุมการแพร่ระบาด การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การปรับตัวของธุรกิจและแรงงาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การคลังของภาครัฐ วิกฤตครั้งนี้ให้บทเรียนสำคัญ ว่า การใช้มาตรการล็อกดาวน์มีต้นทุนที่สูง เพื่อแลกกับชีวิตและสุขภาพของประชาชน และได้เรียนรู้ว่าปัญหาเรื่องสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ไม่ใช่เป็นเรื่องแยกส่วนกัน นั่นเอง