7HD ร้อนออนไลน์

ยุคโซเชียลมีเดีย เกิด “ไซเบอร์ บูลลี” จนกลายเป็นอาวุธร้ายทำลายบุคคลดัง

เรียกได้ว่า "ทัวร์ลง" ตลอดไม่ว่าจะทำอะไร สำหรับนักร้องสาวคนดัง "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน โดยสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากการกระทำ "Cyber Bully" นั่นก็คือ การใช้ช่องทางในโลกออนไลน์ แสดงความคิดเห็นในทางลบ จนสามารถทำร้ายคนได้มากกว่าที่คิด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.ปรางทิพย์ อนันตวิภาต ประธานมูลนิธิ "คุณ" เปิดเผยว่า การที่มีคนไปขุดคุ้ยในเรื่องเดิมๆ  และถูกสังคมออนไลน์ทำการ "ไซเบอร์ บูลลี" ซ้ำไปซ้ำมา ก็อาจจะทำให้บุคคลถูกระทำและไม่มีจิตใจเข้มแข็ง อาจเกิดภาวะโรคซึมเศร้าได้ จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ ฉะนั้น หากคนที่ถูก "ไซเบอร์ บูลลี" อาจจะมีความผิดที่กระทำขึ้นจริง สังคมในโลกความจริง และโลกเสมือน ก็ควรที่จะให้กำลังใจในการออกมารับความจริง และแก้ไขไม่ให้เกิดเรื่องเดิมๆขึ้นอีก

ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีดาราศิลปินชื่อดังที่ถูกการ "ไซเบอร์ บูลลี" จนต้องมีการเข้าทำการรักษากับแพทย์ แต่ศิลปินท่านนี้เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและสามารถต่อสู้กับการถูกกลั่นแกล้งเหล่านี้ จนกลับมารับมือกับโลกความจริงได้ ฉะนั้น การป้องกันตัวเองจาก "ไซเบอร์ บูลลี" จึงต้องแยกออกเป็น 2 ลักษณะ คือ กรณีคนที่มีชื่อเสียง อาจจะต้องทำใจ  เพราะในโลกออนไลน์ยุคนี้ มีคนบางกลุ่มที่ชอบขุดคุ้ยประวัติคนอื่นมากลั่นแกล้ง ซึ่งน้อยมากที่จะมีคนมาขุดคุ้ยเพื่อนำเสนอเรื่องดีๆ แต่เมื่อมีการขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีขึ้นมา สิ่งสำคัญคือ การบังคับให้ตัวเองไม่ไปใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะหากไม่ใช่เรื่องจริงของตัวเราเอง แต่ส่วนมากคนที่ถูกกระทำมักจะไปดูการแสดงความเห็นที่ไม่ดี และนำมาเก็บไปคิดมาก ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย

ประธานมูลนิธิคุณ เผยอีกว่า ขณะที่ปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียในบ้านเรา จัดว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าประเทศอื่นๆในโลก ซึ่งหากสังเกตจะพบว่า ประเทศในแถบยุโรปจะไม่มีการแสดงความเห็นที่ให้ร้ายกันแบบบ้านเรา ซึ่งปัญหา "ไซเบอร์ บูลลี" ในประเทศไทย เรียกได้ว่า วิกฤตไม่แพ้ประเทศอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเกาหลีใต้ ซึ่งเรามักจะพบว่า มีข่าวการกระทำอัตวินิบาตกรรมของศิลปิน ดาราชื่อดัง จากการถูกสังคมออนไลน์ใช้เครื่องมืออย่างการทำ "ไซเบอร์ บูลลี" มาเป็นศาลเตี้ย ตัดสินชีวิตคนๆหนึ่ง และในบ้านเราก็เริ่มมีคนมีชื่อเสียงการกระทำอัตวินิบาตกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยทางออกที่อาจจะช่วยลดปัญหาได้ ก็คือ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ควรที่จะมีการพัฒนาบทลงโทษหรือคุมเข้มด้านกฏหมายในเรื่องนี้ด้วย