เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : ไทม์ไลน์คดีบอส อยู่วิทยา จากคำสั่งยกฟ้องสู่การลาออกของรองอัยการสูงสุด

กว่า 8 ปีเต็ม หลังเกิดเหตุการณ์ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ขับรถเฟอร์รารี่หรูชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีทีมทนายความของเขาพยายามต่อสู้คดีและยื่นพยานหลักฐานร้องขอความเป็นธรรม

กระทั่ง 20 มกราคม 2563 นายเนตร นาคสุข รักษาการรองอัยการสูงสุด จึงลงนามคำสั่งไม่ฟ้องบอส อยู่วิทยา ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีชื่อพลอากาศโทจักรราช และนายจารุชาติ เป็นพยานให้น้ำหนักว่ารถเฟอร์รารี่ขับเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสรุปว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของดาบตำรวจวิเชียร

18 กรกฎาคม 2563 พันตำรวจโทธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการสอบสวน ปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ลงนามในหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องจากอัยการในทุกข้อกล่าวหา ส่งถึงบอส อยู่วิทยา หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งและพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับแล้ว

กระบวนการทั้งหมดดำเนินการไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวประเด็นอัยการไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา ไปทั่วโลก โดยอ้างคำยืนยันจากการสัมภาษณ์ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ทำให้คดีนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

24 กรกฎาคม 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาแถลงยืนยันว่าตำรวจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการจริง

หลังการแถลงของฝ่ายตำรวจและการเปิดเผยหนังสือคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ คดีนี้ยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีอดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่เคยทำคดี ออกมาแฉยืนยันผลตรวจสภาพการชนและความเร็วรถเฟอร์รารี่ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับอาจารย์ฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันเกิดเหตุ

กระทั่ง 26 กรกฎาคม อัยการสูงสุด สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของรองอัยการสูงสุด และกรณีคำสั่งไม่ฟ้องที่เกิดขึ้น

27 กรกฎาคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ

29 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งคณะกรรมการกลางตรวจสอบอีกชุด โดยมี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และคณบดี คณะนิติศาสตร์ 3 มหาวิทยาลัย

ระหว่างการตรวจสอบ 30 กรกฎาคม นายจารุชาติ มาดทอง 1 ในพยานปากสำคัญทั้งประเด็นความเร็วและกรณีการปาดหน้า ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันและตามมาด้วยการตั้งข้อสังเกตมากมาย กระทั่งสุดท้ายตำรวจก็สรุปว่าเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

และวันเดียวกันก็เกิดอีกประเด็นร้อน หลังพนักงานสอบสวนคดีนี้เข้าชี้แจงประเด็นไม่แจ้งข้อกล่าวหากรณีตรวจพบโคเคนในเลือดบอส อยู่วิทยา หลังเกิดเหตุ ระบุมีทันตแพทย์ยืนยันว่าสารที่พบเกิดจากการรักษารากฟันจนมีผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายออกมาแย้งว่าขัดหลักวิชาการ ตำรวจจึงออกมาชี้แจงอีกครั้งว่าสารที่พบเกิดจากการใช้ยาแก้ปวด

กระทั่ง 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบสำนักงานอัยการสูงสุด สรุปผลตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ว่าเป็นไปตามกฎหมาย เพราะพิจารณาตามสำนวนของตำรวจ

ซึ่งมีจุดบกพร่อง คือ ไม่เคยนำประเด็นสำคัญทั้งเรื่องโคเคนและการคำนวณความเร็วรถของอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาใช้  คณะกรรมการจึงเสนอให้เป็นหลักฐานใหม่ เพื่อให้ตำรวจสอบสวนคดีนี้อีกครั้ง

แต่หลังการแถลงของคณะกรรมการตรวจสอบอัยการ ก็ยังคงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือกันภายในองค์กรหรือไม่ จนกระทั่งวานนี้ (11 ส.ค. 63) มีรายงานว่า นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ผู้ลงนามคำสั่งไม่ฟ้องคดีบอส อยู่วิทยา ยื่นขอลาออกโดยให้เหตุผลว่า “ยังยืนยันว่าการสั่งคดีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยถูกต้อง แต่เนื่องจากสถาบันอัยการ โดนกดดันจากสังคมจึงขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร” ก่อนครบกำหนดวาระการทำงานในวันที่ 30 กันยายน