ประเด็นเด็ด 7 สี

เปิดคำรับสารภาพสาวขับเบนซ์ ไล่ชนรถปชช.-ตำรวจ อ้างหนีเพราะถูกทำร้าย [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - สาวขับรถเบนซ์เปิดใจ หลังขับรถไล่ชนรถประชาชนและตำรวจเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมขอโทษ ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด อ้างไม่ได้เจตนาขับรถหนี แต่ถูกทำร้ายก่อน ขณะที่ตำรวจเชิญผู้เสียหายสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม ก่อนส่งตัวดำเนินคดีวันพรุ่งนี้ ติดตามจากรายงาน คุณไพจิตร ภานนท์

เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยวชิระพยาบาล และประชาชนพยายามช่วยกันสกัดจับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ขับรถเบนซ์ชนรถของผู้เสียหายบริเวณแยกแคราย ก่อนหลบหนีมาตามเส้นทาง ซึ่งระหว่างหลบหนี ยังขับรถไล่ชนรถยนต์ของประชาชนอีกหลายคัน

หญิงสาวยังคงขับรถหลบหนี กระทั่งถูกตำรวจนครบาลบางซื่อสกัดจับ โดยนำรถจักรยานยนต์มาจอดขวางหน้าเอาไว้ แต่เธอกลับฝ่าด่าน ขับพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของตำรวจ จนทำให้ทุกคนต่างพากันกระโดดหลบ

เมื่อขับหลบหนีมาถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว หญิงสาวยังขับรถชน รถของประชาชนอีก 1 คัน โดยพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนรถคันที่ถูกชนกระเด็นไปด้านหน้า ก่อนจะหลบหนีไป โดยมีรถของเจ้าหน้าที่กู้ภัย พลเมืองดี และตำรวจขับไล่ตาม

เหตุการณ์นี้ไปสิ้นสุดที่บริเวณ ทางเข้าเตาปูนแมนชัน หน้าบ้านพักของ นายชัชวาลล์ คงอุดม นักการเมืองและนักธุรกิจ โดย นายชัชวาลล์ ออกมาช่วยเจรจา เกลี้ยกล่อม จนหญิงสาวยอมลงจากรถ และถูกคุมตัวไปสอบสวน

นางสาววิชุดา วิทยสินธนา ผู้ก่อเหตุครั้งนี้ บอกว่า เธออยากขอโทษผู้เสียหายและยอมรับผิด เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง และยังบอกอีกว่าเธอไม่มีเจตนาที่จะขับรถหลบหนี แต่หลังเกิดเหตุมีกลุ่มคนเข้ามาทำร้ายเธอ ทำให้ตกใจกลัว จึงไม่กล้าหยุดรถ

ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาให้การอ้างว่า สาเหตุที่เมาแล้วขับ เนื่องจากเครียด เรื่องที่ถูกหุ้นส่วนธุรกิจยักยอกทรัพย์สิน โกงเงินไปจำนวนหลายล้านบาท จนทำให้ตัวเองถูกคู่ค้าทางธุรกิจดำเนินคดี และถูกอายัดทรัพย์สิน จึงออกไปดื่มเหล้า และเกิดเหตุระหว่างขับรถกลับบ้าน

จากการตรวจสอบเส้นทางพบว่า หญิงสาวขับรถชนแล้วหนี ตั้งแต่แยกแคราย จังหวัดนนทบุรี ไปตามเส้นทาง มุ่งหน้าถนนวิภาวดี เข้าถนนพหลโยธินจุดที่ฝ่าด่านตำรวจ ก่อนจะขับวนไปที่ห้าแยกลาดพร้าว ชนกับรถผู้เสียหายอีกคัน จากนั้นมุ่งหน้าไปพื้นที่เตาปูน จนถูกจับได้

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้ 4 ข้อหา ส่วนพฤติกรรมของผู้ต้องหา จะเข้าข่ายมีความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่ต้องสอบสวนผู้เสียหายทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องรอผลตรวจร่างกายของผู้ต้องหาว่ามีสารเสพติดด้วยหรือไม่ เพื่อนำไปประกอบในสำนวนคดี โดยวันพรุ่งนี้ (13 ส.ค.) พนักงานสอบสวนจะคุมตัวผู้ต้องหาไปยังศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อดำเนินคดี

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ตำรวจยืนยันว่าจะตรวจสอบสำนวนคดีอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทตามมาภายหลัง และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ล่าสุดหลังสอบปากคำผู้ต้องหาและแจ้งข้อหาแล้ว ตำรวจไม่ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาจึงประกันตัวออกไป โดยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ระบุว่า คดีนี้แยกเป็น 2 ส่วน คือการดำเนินคดีกับหญิงสาวที่ขับรถเบนซ์ชนผู้เสียหาย และอีกส่วนคือกลุ่มคนที่ทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายร่างกายผู้ก่อเหตุ ซึ่งหญิงสาวยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับคนที่ทำร้ายเธอเช่นเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Tee Shospeed