สนามข่าว 7 สี

เร่งล่าคนร้ายใจโหด ฆ่าชิงทรัพย์ชายป่วยอัมพฤกษ์ ในร้านขายของชำ จ.ระยอง

คนร้ายใจโหด บุกเดี่ยวใช้มีดแทงชายป่วยอัมพฤกษ์ในร้านขายของชำ ก่อนรื้อค้นทรัพย์สิน น้องสาวผู้บาดเจ็บมาเห็นเหตุการณ์พลอยถูกทำร้ายไปด้วย จากนั้นคนร้ายก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

เร่งล่าคนร้ายใจโหด ฆ่าชิงทรัพย์ชายป่วยอัมพฤกษ์ จ.ระยอง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (12 ส.ค.) ตำรวจ สภ.เมืองะยอง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบายระยอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งให้ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 2 คน ที่ถูกคนร้ายใช้มีดแทงบาดเจ็บ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นร้านขายของชำ ในชุมชนโรงไฟฟ้าย่อย ตำบลเชิงเนิน พบผู้บาดเจ็บ 2 คน คนแรกเป็นชาย ทราบชื่อ คือ นายยุทธพงศ์ พลกุล อายุ 62 ปี อาการสาหัส มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่หน้าอกซ้าย 2 แห่ง และที่บริเวณลำคอ อีก 2 แห่ง เป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนเป็น คือ นางทองอยู่ สุวรรณ อายุ 58 ปี เป็นน้องสาวของนายยุทธพงศ์ ถูกคนร้ายใช้มีดแทงที่แขน 3 แผล เจ้าหน้าที่เร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่ต่อมา นายยุทธพงศ์ เสียชีวิต

ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ให้การกับตำรวจว่าเห็นคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดริมถนนหน้าร้านขายของชำ จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปในร้าน จู่ ๆ ก็ชักมีดออกมาแทงนายยุทธพงศ์หลายครั้ง แล้วเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในร้าน ต่อมานางทองอยู่ซึ่งเป็นน้องสาว เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี คนร้ายจึงตรงเข้าทำร้ายนางทองอยู่ แต่นางทองอยู่ได้วิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องนอน กระทั่งคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปจึงวิ่งออกมาดูพี่ชาย และให้ชาวบ้านที่เช่าห้องอยู่ติดกันรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

ขณะที่ภรรยาผู้เสียชีวิตกลับมาจากตลาดแทบช็อก เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอให้การกับตำรวจว่าสามีป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ก่อนเกิดเหตุมีลางสังหรณ์ เธอชวนสามีออกไปซื้อของที่ตลาดด้วยกัน แต่สามีไม่ไปด้วย เธอแปลกใจเพราะทุกครั้งที่จะไปตลาด สามีจะติดตามไปด้วยทุกครั้ง จึงให้ขายของอยู่ที่ร้านเพียงลำพัง ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายที่ทำให้ต้องเสียสามีไป พร้อมวิงวอนให้คนร้ายมามอบตัว ชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้น ส่วนทรัพย์สินที่หายเป็นเงินสดประมาณ 3-4 พันบาทเท่านั้น

หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้าน แต่ปรากฏว่ากล้องชำรุด สุดท้ายไปได้คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดชายต้องสงสัย ลักษณะใกล้เคียงกับคนร้าย ตำรวจจึงติดตามไปที่พักของชายคนดังกล่าว แต่ยังไม่พบตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างไล่ล่าตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เผยภาพวงจรปิด คนร้ายขโมยทรัพย์สินหญิงสูงอายุ จ.ชัยภูมิ
ที่จังหวัดชัยภูมิ นางบุญเพิ่ม เชียรดร อายุ 70 ปี ชาวบ้านตำบลหนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ ถึงกับร่ำไห้ นำรูปคุณแม่มากราบไหว้ขอขมา ที่เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) ไม่ได้ไปกราบกระดูกแม่ที่วัด เหตุเพราะก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ก็คืนวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา มีคนร้ายแอบย่องเข้ามาในบ้านขณะที่เธอนอนหลับ ขโมยทรัพย์สินมีค่า เป็นทองรูปพรรณ มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และแหวน น้ำหนักรวม 3 บาท และเงินสดอีกประมาณ 90,000 บาท

นางบุญเพิ่มเล่าทั้งน้ำตาว่า เธอเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเช้าวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เธอไปเรียนร้อยมาลัยกับเพื่อนบ้าน ขณะออกจากบ้านด้วยความรีบร้อนได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเงิน แต่กระเป๋ากลับร่วงหล่นพื้น ทำให้เงินและทองคำในกระเป๋าร่วงกระจัดกระจาย ระหว่างนั้นมีเพื่อนแนะนำว่าเงินเยอะขนาดนี้น่าจะนำไปฝากธนาคาร พกแบบนี้อันตราย จนช่วงบ่ายกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่มีสิ่งผิดปกติใด

ต่อมารุ่งเช้า วานนี้ (12 ส.ค.) เธอตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อเตรียมจะไปซื้อชุดสังฆทานเพื่อทำบุญ และกราบกระดูกแม่ที่วัด ปรากฏว่าเปิดกระเป๋าเงินดู ทั้งเงินและทองคำรูปพรรณทั้งหมดหายไปทั้งหมด เมื่อจะออกจากบ้านไปตามคนมาช่วยตรวจสอบ ปรากฏว่าประตูบ้านกลับถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก ต้องโทรศัพท์เรียกลูกหลานมาช่วยเปิดประตู และเมื่อมาตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พบว่ากล้องถูกเปลี่ยนตำแหน่งหันหน้าเข้าผนังห้อง ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ที่ได้มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิด หรือคนที่รู้จักบ้านผู้เสียหายเป็นอย่างดี

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีข่าวดี คำวิงวอนขอต่อหน้ารูปคุณแม่นางบุญเพิ่มใกล้ความจริง หลังหลานสาวสามารถกู้คืนไฟล์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านคุณยายได้แล้ว และพบคลิปภาพที่เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน พบว่าชายคนนี้เป็นคนที่นางบุญเพิ่มรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเคยว่าจ้างให้มาเดินสายไฟ ติดตั้งคัตเอาต์ และเคยนำพัดลมเก่ามาขายให้

ทั้งนี้ ตำรวจได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อขอล่อซื้อโทรทัศน์เก่าจากให้ชายคนนี้ แต่ปลายสายกลับบอกว่าติดธุระไม่สามารถมาได้ ตำรวจจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นเบาะแสในการติดตามตัวชายคนนี้มาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว