สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : สินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ ทำคนไทยกันเองเสียโอกาส

รัฐบาลเร่งศึกษาวิธีการเก็บภาษีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ หลังจากปีที่แล้ว พบการนำเข้าสินค้ากว่า 170,000 ล้านบาท หลุดรอดไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว ที่สำคัญสินค้าดังกล่าวยังสร้างผลกระทบต่อผู้ค้าไทย

สินค้าที่จำหน่ายตามตลาดสำเพ็งเหล่านี้ ส่วนมากล้วนแล้วมีต้นทางมาจากประเทศจีน แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีจากการระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับเจ้าโรคร้ายนี้ เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หันไปซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น เพราะไม่เพียงสะดวกสบาย แต่ราคาในแอปพลิเคชันยังขายถูกกว่าค่อนข้างมาก ถึงขั้นผู้ค้าในตลาดสำเพ็งต้องปรับกลยุทธ์สู้ ขายราคาส่งแบบไม่กำหนดจำนวนชิ้น

มาย้อนดูห่วงโซ่อุปทานการค้าในรูปแบบเดิม ๆ จะเริ่มจากผู้ผลิตสินค้า ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีก ก่อนถึงมือผู้บริโภค แต่แอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์เปิดช่องให้ผู้ผลิตต่างชาติ โดยเฉพาะจีน สามารถทำการค้าปลีกได้เอง ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าที่ออกจากโรงงานราคาก็จะถูกกว่าสินค้าทั่วไปที่ผ่านตัวกลางมาหลายทอด

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กฎหมายไทยยังมีช่องโหว่ การนำเข้าสินค้ามูลค่าไม่ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยพบว่า เฉพาะปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยเรานำเข้าสินค้าผ่านการสั่งซื้อแบบออนไลน์ มูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มีสินค้าที่มูลค่าการนำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาทต่อครั้ง สูงถึง 170,000 ล้านบาท ซึ่งนี่คือมูลค่าการค้าที่หายไปจากผู้ค้าชาวไทย

ขณะที่รัฐบาลเร่งศึกษาการจัดเก็บภาษี ซึ่งหนึ่งในแนวคิด คือการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% เมื่อคิดจากตัวเลข 170,000 ล้าน ก็อาจจะทำให้รัฐฯ เก็บภาษีได้เกือบ 12,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะทำให้ราคาสินค้าออนไลน์สูงขึ้น ทำให้ผู้ค้าชาวไทยกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง

มองย้อนกลับไปดูที่จีน รัฐบาลออกกฎหมายจำกัดการนำเข้าและมาตรฐานสินค้า หรือ Cross Border e-Commerce พูดง่าย ๆ คือสินค้าที่จะนำเข้ามาผ่านแอปพลิเคชัน ต้องผ่านการสกรีนจากรัฐบาลทั้งหมด ส่วนการนำเข้า จำกัดคนละ 20,000 หยวนต่อปี หรือประมาณ 90,000 บาทไทย หากเกินกว่านี้ เก็บภาษีทุกช่องทาง ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร และภาษีสรรพสามิต ซึ่งขณะนี้ไทยเรากำลังเร่งศึกษาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ชาวไทยไม่เสียโอกาสทางการค้า