7HD ร้อนออนไลน์

"เนตร" โผล่แจง กมธ. ยันสั่งไม่ฟ้อง "บอส" ตามหลักฐานในสำนวน

วันนี้ (12 ส.ค.63 ) ที่รัฐสภา นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เข้าชี้แจงคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

โดยนายเนตร ยืนยันว่า การสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธไม่ใช่การสั่งคดีนอกสำนวน เป็นการสั่งคดีตามที่พนักงานสอบสวนทำสำนวนมาให้ทั้งหมด ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก จึงนำเอกสารมาแสดง ขอให้ตรวจดูในเอกสาร เพราะไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด และขอยืนยันอีกครั้งว่า สั่งสำนวนตามกรอบในการหาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนทั้งสิ้น โดยระบุถึงดุลพินิจในการสั่งคดีระบุอยู่ในเอกสารทั้งหมด

นายเนตร กล่าวอีกว่า การที่ผมมีความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธเพราะพิจารณาทั้งสำนวน อันดับแรกดูว่าของเดิมสั่งไว้อย่างไร ครั้งแรกอัยการสั่งด้วยความเห็นของ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ซึ่งมีความเห็นในบันทึกการตรวจความเร็ว 177 กม./ชม. หลังการร้องขอความเป็นธรรม มีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ประเด็นสั่งฟ้องพบว่า จุดชนอยู่ในช่องทางเดินรถของนายวรยุทธ ทำให้ความเร็วรถเป็นปัญหาสำคัญ ต่อมา พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ ผู้ให้ความเห็นคนเดิมให้การใหม่ว่า เปลี่ยนวิธีคิด ความเร็วเหลือ 79 กม./ชม. ซึ่งไม่เกินที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ พยานอื่น ๆ ทุกคน รวมถึง ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ได้ให้ความเห็นความเร็วแค่ 76 กม./ชม. ไม่ถึง 80 กม./ชม. อยู่ดี

นอกนั้นยังมีพยานจากการสอบสวน 2 ปาก คือ พล.อ.ท.จักรกฤช ถอนมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งให้การยืนยันถึงความเร็วที่ไม่ถึง 80 กม./ชม. ร่วมกับลักษณะการชนเกิดจากผู้ตายเปลี่ยนช่องทางการเดินรถจากซ้ายสุดมาขวาสุด เมื่อพยานหลักฐานในสำนวนเป็นอย่างนี้ ก็ถือว่าการเปลี่ยนช่องทางการเดินรถกระทันหัน ความเร็วของรถไม่เกินกฎหมาย เป็นเหตุสุดวิสัย ถือว่าหลักฐานที่ปรากฎในสำนวนไม่พอฟ้องในความผิดฐานขับรถโดยประมาท อัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง และเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และต่อมา ผบ.ตร.ได้ให้ความเห็นชอบ

นายเนตร กล่าวถึงประเด็นการร้องขอความเป็นธรรมว่า ระเบียบอัยการไม่ได้กำหนดว่าให้ร้องได้กี่ครั้ง เปิดให้ร้องได้ทั้งผู้ต้องหาและผู้เสียหาย แต่ต้องมีความเห็นยุติเป็นครั้งๆ เมื่อร้องเข้ามาใหม่ก็เสนอขึ้นมาอีก ซึ่งตนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยผ่านการพิจารณาตามลำดับชั้น ตั้งแต่อัยการชั้นต้นหรือสำนักงานกิจการอัยการสูงสุด ที่จะทำความเห็นเสนอว่าสมควรสอบเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เสนอมาว่าควรสอบเพิ่ม จึงพิจารณาสั่งสอบเพิ่ม เมื่อได้ผลสอบสวนเพิ่ม จึงพิจารณาออกคำสั่งในคดี

นายเนตร ยืนยันด้วยว่า ตนมีอำนาจสั่งสอบสวนเพิ่มเพราะสั่งในนามอัยการสูงสุด ในฐานะปฏิบัติราชการแทน อสส. ส่วนการสั่งไม่ฟ้องคดีระบบต้องการให้ถ่วงดุลอำนาจโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงสั่งในฐานะรอง อสส. เพื่อเสนอไปยัง ผบ.ตร. ถ้า อสส.สั่งคดีจะเป็นเด็ดขาดไม่ฟ้องเลย ไม่ต้องเสนอ ผบ.ตร. ขอให้เข้าใจด้วย

นายเนตร ยังได้ตอบข้อซักถามถึงความน่าเชื่อถือของพยานบุคคล 2 ปาก ว่า เป็นพยานในการสอบสวนโดยชอบ นายจารุชาติเป็นพยานมาตั้งแต่ต้น ส่วน พล.อ.ท.จักรกฤชมาเป็นพยานในช่วงกลาง