7HD ร้อนออนไลน์

เปิดไทม์ไลน์ยื้อเวลา ชั้นพิจารณาของอัยการคดี “บอส”

สำหรับไทม์ไลน์ชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการรับสำนวน ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2556 ถึงวันที่ 20 มกราคม 2563 สั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดนายวิทยา หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เริ่มจากพนักงานอัยการสั่งสอบเพิ่มเติม โดยวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 ผู้ต้องหามีหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 อัยการอาญาใต้ฯ จึงมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ตามที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม 7 ปาก คือ ผู้ต้องหา, นายสุรัตน์, นายเสนห์, น.ส.ยุพาภรณ์, น.ส.จุฑามาศ ประเด็นทบทวนการอ่านรายงานความเร็วคือ พ.ต.ท.สุรพล พ.ต.ท.สมยศ

วันที่ 28 สิงหาคม 2556 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาและนายสมัคร(พยานเพิ่มเติม)

ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม 2556 อัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งให้ส่งตัวผู้ต้องหาเพื่อยื่นฟ้อง เนื่องจากข้อหาขับรถเร็วฯ จะขาดอายุความในวันที่ 3 กันยายน 2556 ให้ส่งตัวในวันที่ 30 สิงหาคม 2556 และในวันนั้นพนักงานสอบสวนขอเลื่อนการส่งตัว เนื่องจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือว่าผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศ และอัยการได้นัดผู้ต้องหาวันที่ 2 กันยายน 2556 ในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากทนายผู้ต้องหาว่า ผู้ต้องหาป่วยอยู่ต่างประเทศ และแจ้งเลื่อนไปทางอัยการแล้ว จากนั้นอัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาเนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ไปพบตามกำหนดนัดเป็นเหตุให้คดีจะขาดอายุความ เวลา 17.00 น. พนักงานสอบสวนได้รับหนังสือแจ้งทางโทรสารให้ออกหมายจับ และพนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบพยานเพิ่มเติม 2 ปาก คือพ.ต.ท.สุรพล พ.ต.ท.สมยศ ยืนยันตามคำให้การเดิมความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. ต่อมาวันที่ 3 กันยายน 2556 พนักงานสอบสวนได้รับหนังสือสั่งให้ไปออกหมายจับ พนักงานสอบสวนไม่ไปเนื่องจากคิดว่าคดีขาดอายุความแล้ว ***(ผิดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานอัยการถึงแม้ขาดอายุความ)

วันที่ 5 กันยายน 2556 พนักงานสอบสวนขอหารืออัยการขอให้ศาลออกหมายจับ เนื่องจากนายประกันร้องขอความเป็นธรรมว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนีและขอให้ระงับการออกหมายจับประกอบกับอยู่ระหว่างขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการฯ วันที่ 6 กันยายน 2556 อัยการอาญาใต้ฯ แจ้งให้ตรวจสอบใบรับรองแพทย์กรณีผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อขอให้ระงับการขอออกหมายจับ วันที่ 19 กันยายน 2556 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนพยานเพิ่มเติม 4 ปาก คือนายสุรัตน์ นายเสน่ห์ น.ส.ยุพาภรณ์ น.ส.จุฑามาศ วันที่ 3 ธันวาคม 2556 เนื่องจากอสส.ยุติเรื่องขอความเป็นธรรมอัยการอาญาใต้ฯ จึงมีหนังสือเตือนให้ส่งหมายจับผู้ต้องหา ***พนักงานสอบสวนไม่ได้ออกหมายจับ (ผิดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอัยการโดยเข้าใจว่าต้องออกหมายเรียกก่อน) วันที่ 11 ธันวาคม 2556 พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาให้มาพบ 20 ธันวาคม 2556 ได้รับหนังสือขอเลื่อนเนื่องจากผู้ต้องหาทำธุรกิจที่สิงคโปร์ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งผลว่าไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาได้เนื่องจากผู้ต้องหาทำธุรกิจที่สิงคโปร์กลับมาวันที่ 25 มกราคม 2557 ต่อมาวันที่ 14 มกราคม 2557 อัยการอาญาใต้ฯ เตือนให้ส่งหมายจับผู้ต้องหา (ครั้งที่ 2) ในวันที่ 25 มกราคม 2557

วันที่ 23 มกราคม 2557 พนักงานสอบสวนได้รับหนังสือขอเลื่อนเข้าพบ โดยไม่ระบุวัน พนักงานสอบสวนจึงแจ้งให้ระบุวันให้ชัดเจน วันที่ 30 มกราคม 2557 ทนายผู้ต้องหาทำหนังสือขอเลื่อน ระบุเป็นวันที่ 22 เมษายน 2557 ทางพนักงานสอบสวนแจ้งผลว่าไม่สามารถออกหมายจับตามเหตุผลข้างต้นและหารือว่าการเลื่อนของผู้ต้องหาจะเป็นเหตุให้ออหหมายจับได้หรือไม่ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 อัยการอาญาใต้ฯ ตอบข้อหารือว่าให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าเป็นข้อแก้ตัวอันควรที่ไม่มาตามนัดหรือไม่ และเพียงพอที่จะออกหมายจับหรือไม่ วันที่ 5 มีนาคม 2557 อัยการอาญาใต้ฯ ขอทราบผลการติดตามผู้ต้องหา วันที่ 21 เมษายน 2557 พนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ต้องหารับว่าจะมาพบในวันที่ 22 เมษายน 2557 จึงไม่ได้ออกหมายจับ จากนั้นทนายความผู้ต้องหามีหนังสือขอเลื่อนโดยอ้างว่าได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอสส.แล้ว ต่อมาวันที่ 28 เมษายน 2557 อัยการอาญาใต้ ขอให้เร่งรัดการดำเนินการติดตามผู้ต้องหาและออกหมายจับให้ส่งผลภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557

ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 มีหนังสือแจ้งให้ผู้ต้องหามาพบวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ผู้ต้องหาขอเลื่อนโดยอ้างว่าได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอสส.แล้ว วันที่ 2 มิถุนายน 2557 อัยการอาญาใต้ฯ ขอให้กำชับพนักงานสอบสวนเร่งรัดการดำเนินการออกหมายจับส่งผลภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2557 วันที่ 3 มิถุนายน 2557 มีหนังสือแจ้งว่าทนายผู้ต้องหาขอความเป็นธรรมต่ออสส.เมื่อ 27 เมษายน 57 และอสส. มีคำสั่งให้สอบพยานเพิ่มเติม ที่เกิดพยานหลักฐานใหม่ซึ่งอาจมีผลกับความเห็นทางคดีของพนักงานอัยการที่ได้มีความเห็นไปแล้ว จึงหารือว่า ในชั้นนี้ควรขอให้ศาลออกหมายจับหรือสอบพยานเพิ่มเติมตามคำสั่งอสส. วันที่ 18 มิถุนายน 2557 อัยการอาญาใต้ฯให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตามคำสั่งอสส. 4 ปาก นายคมสัน, นายโรจน์, นายสมศักดิ์, น. ส. กัญธิญา และตอบหนังสือหารือว่า กรณีผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีต้องร้องขอให้ศาลออกหมายจับ วันที่ 19 มิถุนายน 2557อัยการอาญาใต้ฯ ขอให้กำชับพนักงานสอบสวนเร่งรัดการออกหมายจับผู้ต้องหา วันที่ 30 มิถุนายน 2557 อัยการอาญาใต้ มีหนังสือ เนื่องจากผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมต่ออสส.(ในขณะนั้น) กรณีขอให้ชะลอการส่งตัวและออกหมายจับเพื่อความเป็นธรรม จึงเปลี่ยนจากออกหมายจับเป็นให้ส่งตัวผู้ต้องหาภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 และส่งผลสอบสวนเพิ่มเติมภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2557

วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 พนักงานสอบสวนขอเลื่อนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม 15 วัน วันที่ 13 สิงหาคม 2557 ขอเลื่อนส่งตัวผู้ต้องหาและการส่งผลสอบเพิ่มเติม 15 วัน, วันที่ 14 สิงหาคม 2557 อัยการอาญาใต้ฯ เตือนให้ส่งตัวผู้ต้องหา (ครั้งที่ 1) และผลการสอบสวนเพิ่มเติมขอให้ส่งตัวและผลภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2557 จากนั้นวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ขอเลื่อนส่งตัวผู้ต้องหาและการส่งผลสอบสวนเพิ่มเติม 30 วัน เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามพยาน วันที่ 26 สิงหาคม 2557 อัยการอาญาใต้ฯ เตือนให้ส่งตัวผู้ต้องหา (ครั้งที่ 2) และผลการสอบสวนเพิ่มเติมขอให้ส่งตัวและผลภายในวันที่ 22 กันยายน 2557, วันที่ 23 กันยายน 2557 ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม นายโรจน์ นายคมสัน นายสมศักดิ์ และน.ส.กัญธิญา วันที่ 29 กันยายน 2557 อัยการอาญาใต้ฯ กำหนดให้ส่งตัวผู้ต้องหา (ครั้งที่ 3) ภายใน 27 ตุลาคม 2557, วันที่ 8 ตุลาคม 2557 อัยการอาญาใต้ฯ ให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 (2 ปาก) -สอบผู้ต้องหา เรื่องการชน, แผนที่เกิดเหตุ -สอบผศ.นพ.ประสิทธิ์ เรื่องภาวะแห่งจิตหลังเกิดเหตุ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 อัยการอาญาใต้ฯ แจ้งกำหนดให้ส่งตัวผู้ต้องหา (ครั้งที่ 4) และเตือนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนผู้ต้องหา ผศ.นพ.ประสิทธิ์ พยานเพิ่มเติม วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม (ครั้งที่ 4) ผศ.นพ.ประสิทธิ์ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 แจ้งผลการติดตามตัวว่า ผู้ต้องหาขอเลื่อนพบโดยอ้างว่าอสส.(ขณะนั้น) ได้มีคำสั่งให้ชะลอการดำเนินคดี ขอเลื่อนการส่งผลสอบผศ.นพ.ประสิทธิ์ เพิ่มเติม กระทั้งวันที่ 2 ธันวาคม 2557 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนผศ.นพ.ประสิทธิ์ เพิ่มเติม (ครั้งที่ 4) วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 (5 ปาก) พล.อ.ท.จักรกฤช, พล.อ.ท.สุรเชษฐ ร.อ.สะอาดในประเด็นลักษณะการชนและแผนที่เกิดเหตุ นายเฉลิม ประเด็นการไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ นายจารุชาติประเด็นขณะรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระชั้นชิด วันที่ 3 สิงหาคม 2558 ส่งผลการสอบสวนพยานเพิ่มเติม 4 ปาก ขาดนายจารุชาติ เนื่องจากไปต่างประเทศ

วันที่ 7 ตุลาคม 2558 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม (ครั้งที่ 6) พล.อ.ท.จักรกฤชและพล.อ.ท.สุรเชษฐ ประเด็นว่าพยานเคยแจ้งเรื่องที่เกิดเหตุต่อพนักงานสอบสวนหรือบุคคลใดหรือไม่ วันที่ 30 ตุลาคม 2558 ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมพล.อ.ท.จักรกฤช และพล.อ.ท.สุรเชษฐ วันที่ 14 มกราคม 2559 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม (ครั้งที่ 7) พ.ต.ท.ธนสิทธิ ประเด็นให้พิจารณาสภาพรถกับสภาพความเสียหายแล้วคำนวณความเร็วของรถยนต์ผู้ต้องหา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 พนักงานสอบสวนขอเลื่อนการส่งสอบสวนเพิ่มเติมพ.ต.ท.ธนสิทธิ,วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 อัยการอาญาใต้ฯ แจ้งขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาและเร่งรัดการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าการที่อสส. (ขณะนั้น) ได้มีคำสั่งชะลอการดำเนินการและอยู่ระหว่างพิจารณาของอสส.นั้น มิได้เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาไม่ต้องมาพบพนักงานอัยการ วันที่ 2 มีนาคม 2559 พนักงานสอบสวนแจ้งผลการติดตามว่าผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศและขอเลื่อน วันที่ 4 มีนาคม 2559 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 7 พ.ต.ท.ธนสิทธิ, วันที่ 23 มีนาคม 2559 อัยการอาญาใต้ฯ ขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาภายในวันที่ 25 เมษายน 2559 จากนั้นวันที่ 20 เมษายน 2559 อัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งให้ส่งผู้ต้องหาให้ไปรับทราบคำสั่ง วันที่ 25 เมษายน 2559 พนักงานสอบสวนแจ้งผลการติดตามตัวผู้ต้องหาว่าทนายความผู้ต้องหาได้แจ้งขอเลื่อนการเข้าพบไปยังอัยการอาญาใต้ฯ แล้ว

วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 มีหนังสือแจ้งให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เพื่อนำตัวไปฟ้อง จากนั้นวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 พนักงานสอบสวนแจ้งผลการติดตามตัวผู้ต้องหาว่าทนาย ผู้ต้องหา ขอเลื่อนเนื่องจากมีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 พนักงานสอบสวนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ต้องหาให้มสพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 มิถุนายน 2559 เพื่อนำตัวไปฟ้อง, วันที่ 17 มิถุนายน 2559 แจ้งเปลี่ยนวันนัดพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 เป็นวันที่ 24 มิถุนายน 2559 หรือ 27 มิถุนายน 2559 เพื่อนำตัวไปฟ้อง, วันที่ 20 มิถุนายน 2559 แจ้งผลการติดตามผู้ต้องหาว่าทนาย ผู้ต้องหาขอเลื่อนเนื่องจากมีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 อัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งให้ส่งตัวผู้ต้องหาให้ไปรับทราบคำสั่งอีกครั้ง วันที่ 8 สิงหาคม 2559 แจ้งผลการติดตามตัวผู้ต้องหาทนายผู้ต้องหาขอเลื่อน เนื่องจากมีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ วันที่ 17 ตุลาคม 2559 แจ้งให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 28 ตุลาคม 2559 เพื่อนำตัวไปฟ้อง วันที่ 31 ตุลาคม 2559 แจ้งผลการติดตามตัวผู้ต้องหาว่า ทนายผู้ต้องหาขอเลื่อน เนื่องจากมีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ วันที่ 10 มกราคม 2560 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 8 คือ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ ประเด็นการคำนวณความเร็วของรถตามหลักฟิสิกส์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 อัยการอาญาใต้ เตือนให้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม รศ.ดร.สายประสิทธิ์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 อัยการอาญาใต้ฯ เตือนครั้งที่ 2 ให้ส่งผลการสอบภายในวันที่ 17 มีนาคม 2560 ในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมรศ.ดร.สายประสิทธิ์

วันที่ 19 เมษายน 2560 อัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งว่าการที่ผู้ต้องหาขอเลื่อนเข้าพบหลายครั้ง เห็นว่ามิใช่กรณีจำเป็นและถือว่าประวิงการฟ้องคดี กรณีจึงเป็นสาเหตุที่พนักงานสอบสวนชอบที่จะขอให้ศาลออกหมายจับได้

วันที่ 27 เมษายน 2560 อัยการอาญาใต้ฯ ประสานว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ไปพบตามนัดหมายให้ดำเนินการเตรียมเอกสารขอหมายจับไว้และอัยการได้ทำหนังสือแจ้งเตรียมไว้แล้ว พนักงานสอบสวนจึงได้ขอตรวจสอบการเข้าออกราชอาณาจักรของผู้ต้องหาจากสตม. โดยได้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางออกโดยเครื่องบินส่วนตัวไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 28 เมษายน 2560 อัยการอาญาใต้ฯ มีหนังสือแจ้งขอให้ออกหมายจับเพื่อฟ้องคดีในข้อหา 1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ 2ขับรถชนก่อเกิดความเสียหายและหลบหนี (ชนแล้วหนี) ในวันนั้นศาลอนุมัติหมายจับจ.138/2560

วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 พนักงานสอบสวนส่งรายงานการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังตร. ตามลำดับชั้นและส่งตรงไปยังตท., ประกาศสืบจับ, ส่งสำเนาหมายจับไปยังอัยการ, แจ้งขอถอนหนังสือเดินทางและระงับการเดินทางไปยังกรมการกงสุลและแจ้งหมายจับไปยังตม. เพื่อบันทึกข้อมูล,วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 อัยการอาญาใต้ฯ ขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีภายในอายุความ 15 ปี, วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากกรมการกงสุลว่าได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของผู้ต้องหา, วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ประสานส่งข้อมูลให้ตท. เพื่อดำเนินการร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

วันที่ 3 กันยายน 2560 ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือฯ (ชนแล้วหนี) ขาดอายุความ

วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 9 ในประเด็นแผนที่เกิดเหตุจำนวน 2 ปาก นายธานี,พ.ต.อ.วิรดล, วันที่ 18 มิถุนายน 2561 ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมนายธานี-ให้การว่าผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมต่อกมธ. ซึ่งนายธานีเป็นหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาฯ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในคดีเปลี่ยนแปลงไปจากที่อัยการอาญาใต้ฯ นำมาใช้พิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา (ข้อหาขับรถประมาทด้วยความเร็ว 177 กม./ชม.) ดังนั้นข้อเท็จจริงของคณะทำงานฯ จึงเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีขึ้นใหม่ อสส. จึงต้องนำมาพิจารณาด้วย พ.ต.อ.วิรดล-ประเด็นการตรวจสถานที่เกิดเหตุ, วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 อัยการอาญาใต้ฯ มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 10 จำนวน 2 ปาก คือ พล.อ.ท.จักรกฤช และนายจารุชาติประเด็น-ผู้ต้องหาขับรถมาด้วยความเร็วเท่าใด, วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ส่งผลการสอบสวนพยานเพิ่มเติมพล.อ.ท.จักรกฤช-ขับรถมาด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. เห็นผู้ต้องหาขับมาด้วยความเร็ว 50-60 กม./ชม. นายจารุชาติ–ขับมาด้วยความเร็ว 50-60 กม./ชม. เห็นผู้ต้องหาขับมาด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.

วันที่ 20 มกราคม 2563 รองอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, วันที่ 3 มีนาคม 2563 กองคดีอาญาได้รับสำนวนจากพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาตามป.วิ.อาญา มาตรา 145/1, วันที่ 5 มิถุนายน 2563 ตร.มีคำสั่งไม่แย้งคำสั่งพนักงานอัยการ, วันที่ 12 มิถุนายน 2563 อัยการใต้ฯ แจ้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดผู้ต้องหา, วันที่ 16 มิถุนายน 2563 สน.ทองหล่อได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด วันที่ 18 มิถุนายน 2563 สน.ทองหล่อแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแก่นายวรยุทธ วันที่ 25 มิถุนายน 2563 สน.ทองหล่อ รายงานคดีไปยังตร.ตามลำดับชั้น

พยานที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มเติมเป็นผู้ให้ปากคำชั้นพนักงานสอบสวนจำนวน 4 ปาก เป็นพยานเพิ่มเติมชั้นอัยการ จำนวน 16 ปาก