ห้องข่าวภาคเที่ยง

ชูวิทย์ชี้ บอส อยู่วิทยา ร้องขอความเป็นธรรม 13 ครั้งไม่สำเร็จ

โดยหลังเกิดเหตุขับรถชนตำรวจเสียชีวิต และมีความพยายามจะนำบุคคลอื่นมารับผิดแทนไม่สำเร็จ ทีมกฎหมายของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ก็เดินเกมยื้อคดี โดย 1 ในกลยุทธ์ที่นำมาใช้ คือ การยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ โดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แจกแจงรายละเอียดไว้ดังนี้

เริ่มจากครั้งที่ 1 วันที่ 1 เมษายน 2556 ในสมัยที่ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ เป็นอัยการสูงสุด และนายอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นรองอัยการสูงสุด ผู้ต้องหายื่นขอให้สอบพยานเพิ่มเติมเรื่องความเร็วรถ ครั้งที่ 1 แต่อัยการตีเรื่องกลับ ชี้ว่าไม่มีเหตุจะสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะมีการยื่นเรื่องครั้งที่ 2 และ 3 ในวันที่ 17 พฤษภาคม และ 4 กันยายน 2556 ตามลำดับ โดยขอให้สอบพยานเรื่องความเร็วรถครั้งที่ 2, ขอให้สอบนายบอสเพิ่มเติม แต่เจ้าตัวไม่ยอมมาพบอัยการ และขอให้อัยการเพิกถอนคำสั่ง ที่แจ้งให้ตำรวจขอออกหมายจับ

สมัยที่นายอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นอัยการสูงสุด และนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ เป็นรองอัยการสูงสุด มีการยื่นเรื่องเข้ามาครั้งที่ 4 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557, ครั้งที่ 5 ในวันที่ 21 เมษายน 2557

และครั้งที่ 6 วันที่ 24 มิถุนายน 2557 ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม เรื่องอาการป่วยของนายบอส ก่อนจะเกิดเหตุ และในวันเกิดเหตุ, ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และขอให้เพิกถอนคำสั่งที่แจ้งให้ตำรวจไปขอออกหมายจับ โดยขอให้รอผลการสอบสวนเพิ่มเติมก่อน

สมัยที่ นายตระกูล วินิจฉัยภาค เป็นอัยการสูงสุด และนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ เป็นรองอัยการสูงสุด ยื่นครั้งที่ 7 ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2557, ครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิถุนายน 2558 ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม, ขอให้สอบสวนนายบอสเพิ่มเติม, ขอให้ชะลอการดำเนินคดี และเป็นครั้งแรกที่ขอให้สอบพยาน 5 ปาก ที่เห็นเหตุการณ์ในเรื่องความเร็วของรถยนต์นายบอส ซึ่งมี พลอากาศโทจักรกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง รวมอยู่ด้วย แต่อัยการเห็นว่าพยานไม่มีน้ำหนัก และเป็นเพียงคำบอกเล่า หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วถึง 3 ปี

การยื่นเรื่องครั้งที่ 9 ถึงครั้งที่ 12 อยู่ในสมัยที่ ร้อยตำรวจตรีพงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร เป็นอัยการสูงสุด และ นางสาวนิภาพร รุจนรงค์ เป็นรองอัยการสูงสุด วันที่ 12 มกราคม 2559 ยื่นขอให้สอบพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเร็วรถ (ครั้งที่ 3) ถูกตีเรื่องกลับเพราะไม่มีพยานหลักฐานใหม่ และพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอหักล้างข้อกล่าวหาเดิม, วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 ขอให้เรียกสำนวนมาตรวจสอบ และขอให้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบสำนวนคดี, วันที่ 23 ธันวาคม 2559 ขอให้สอบพยานเรื่องความเร็วรถครั้งที่ 4 และวันที่ 6 มีนาคม 2560 ขอให้เรียกสำนวนของคณะกรรมาธิการ สนช. มาพิจารณาประกอบ เพื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ในครั้งนี้เอง ที่อัยการสูงสุดเห็นว่าผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมหลายหนแล้ว ให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม

การขอความเป็นธรรม ครั้งที่ 13 ยื่นมาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 มี นายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นอัยการสูงสุด และนายวัฒนชัย คุ้มวงศ์ดี เป็นรองอัยการสูงสุด ขอให้สอบสวน สมาชิก สนช. ในประเด็นที่นายบอสร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการ ทั้ง 13 ครั้งที่ผ่านมา อัยการมีทั้งรับ และไม่รับคำร้องไว้พิจารณา แต่ผลก็คือให้ยุติเรื่องที่ร้องขอความเป็นธรรมทุกครั้ง

จนครั้งที่ 14 ยื่นเข้ามาในวันที่ 7 ตุลาคม 2562 สมัยที่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เป็นอัยการสูงสุด และ นายเนตร นาคสุข เป็นรองอัยการสูงสุด ขอให้สอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ในเรื่องความเร็วรถ ซึ่งก็มีการสอบสวนจนเป็นที่มาของคำสั่งไม่ฟ้องนายบอสในที่สุด