ห้องข่าวภาคเที่ยง

ย้อนไทม์ไลน์ พันตำรวจโทธนสิทธิ์ เปลี่ยนความเร็ว

ที่ผ่านมาสังคมเข้าใจว่านักวิชาการคำนวณด้านความเร็ว ปรากฏขึ้นหลัง บอส อยู่วิทยา ทำเรื่องขอความเป็นธรรมให้กรรมาธิการกฎหมายฯ สนช. ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จนนำไปสู่การส่งรายงานของ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม แต่คำให้การล่าสุดของ พันตำรวจโทธนสิทธิ์ กลายเป็นว่า มีผู้ใหญ่พานายสายประสิทธิ์ไปพบถึงที่ทำงาน เพื่อให้เปลี่ยนความเร็วรถ ตามการคำนวณของนายสายประสิทธิ์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 59 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ พันตำรวจเอกวิรดล ทับทิมดี หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตามที่อัยการสั่งพอดิบพอดี

การเปลี่ยนความเร็วรถจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 59 แต่ยังไม่โชว์ตัวละครที่ชื่อสายประสิทธิ์ ซึ่งความพยายามครั้งนั้น ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนคำสั่งฟ้องเดิม กระทั่งนายบอส ร้องขอความเป็นธรรมต่อกรรมาธิการกฎหมาย สนช. ทำให้มีการนำพยานเก่า 3 คน ที่เคยให้การปี 58 คือ พันตำรวจโทธนสิทธิ์ พลอากาศโทจักรกฤช ถนอมกุลบุตร และ พลอากาศโทสุรเชษฐ ทองสลวย ที่อัยการสูงสุดขณะนั้นไม่รับฟัง มามัดรวมกับพยานใหม่ 3 คน มาให้การปี 59 คือ พลอากาศเอกกันต์ พิมานทิพย์, เรืออากาศเอกสอาด ศบศาสตราศร และ นายสายประสิทธิ์ มีผลเปลี่ยนรูปคดีจากขับรถเร็วเป็นขับรถไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ตายตัดหน้ากระชั้นชิด บอสไร้ความผิด

จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนรูปคดีนี้ ทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน มีตัวละครหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง มีกรรมาธิการกฎหมาย สนช. เป็นข้อต่อสำคัญ ที่ทำให้เกิดการมัดรวมพยานที่มีน้ำหนักเป็นประโยชน์กับบอส ถูกส่งเข้าสู่สำนวนคดี แถมมีเสียงลือหนาหูว่าไอ้โม่งที่กดดันให้ พันตำรวจโทธนสิทธิ์ เปลี่ยนความเร็วรถ เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งในกรรมาธิการหรือไม่