ห้องข่าวภาคเที่ยง

คุมเข้มชายแดนใต้ หลังโควิด-19 ในมาเลเซียระบาดรอบ 2

หลังจากมีข่าวโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดเป็นรอบที่ 2 ในประเทศมาเลเซีย โดยกระจายไปทั่วเกือบทุกรัฐ รวมทั้งรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดสงขลา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยกระดับการคุมเข้มตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนสะเดา ตรวจเข้มแรงงานไทยที่กลับจากประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้กำลังชุดเฝ้าตรวจชายแดน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 และทหาร ร้อย ร.5021 ได้ออกลาดตระเวนตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ ทั้งในพื้นที่อำเภอสะเดา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ เพราะถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากไม่ได้ผ่านการคัดกรอง และการกักตัว ตามมาตรการควบคุม ป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ขอความร่วมมือกับชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล รวมทั้งตรวจสอบคนที่ลักลอบกลับจากประเทศมาเลเซีย และเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน หากพบก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัย

ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดน ก็ได้ออกลาดตระเวนตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโก-ลก ตั้งแต่อำเภอสุคิริน อำเภอแว้ง อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ ซึ่งมีความยาวประมาณ 160 กิโลเมตร และมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด โดยบางจุดระดับน้ำตื้นเดินข้ามไปมาได้ จึงทำให้ประชาชนทั้งคนไทย และมาเลเซีย ใช้เป็นเส้นทางผ่านแดนไปมาหาสู่กัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็เข้มงวดอยู่แล้ว หลังจากโรคโควิด-19 แพร่ระบาด และจับกุมแรงงานลักลอบเข้าเมืองได้บ่อยครั้ง แต่ขณะนี้ได้กวดขันมากขึ้นอีก เพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงลักลอบเข้าประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสกัดกั้นแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่แฝงตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านลักลอบเข้ามาก่อเหตุในพื้นนี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ส่วนพื้นที่ใต้สุดในสยาม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนเบตง ได้เพิ่มการคัดกรองคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียอย่างเข้มงวด ส่วนพนักงานขับรถและผู้ติดตามประจำรถบรรทุกสินค้าจากประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จะให้อยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตจำกัดบริเวณ

เช่นเดียวกับรถที่มารับน้ำยางข้นจากโรงงานในอำเภอเบตง พนักงานขับรถและผู้ติดตามประจำรถ ก็ห้ามออกจากบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องขออนุญาตกับนายอำเภอเบตง เพื่อพิจารณาเป็นรายๆ ไปเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19