สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ความเร็วรถคดี บอส อยู่วิทยา ครั้งที่ 2 ไม่ได้คำนวณเอง

ยิ่งสอบสวน ยิ่งพบความผิดปกติชัดเจนขึ้นทุกวัน สำหรับการตรวจสอบคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งล่าสุด พันตำรวจเอกธนสิทธิ ที่เป็นผู้คำนวณความเร็วรถ ก็ยอมรับว่าผลที่เปลี่ยนแปลงในครั้งที่ 2 มีพนักงานสอบสวนมอบข้อมูลให้ใส่ในรายงาน และถูกกดดันให้ตอบรับในวันเดียวเท่านั้น ลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน วานนี้ได้มีการเชิญ พันตำรวจเอก ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้คำนวณความเร็วรถขณะเกิดเหตุ และพลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาสอบถามประเด็นสงสัยที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

โดยประเด็นของ พลตำรวจโทเพิ่มพูน เป็นเรื่องเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงนามคำสั่งไม่เห็นแย้ง ความเห็นสั่งไม่ฟ้องของอัยการ, การมอบอำนาจในการตัดสินใจลงนามจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงเรื่องความผิดปกติในสำนวนคดี ซึ่งพลตำรวจโทเพิ่มพูนยอมรับว่า ไม่ทราบว่าในสำนวนคดีมีความผิดปกติ และหากทราบคงไม่ตัดสินใจลงนามเห็นด้วยกับความเห็นของทางอัยการ

ส่วนผลการสอบถาม พันตำรวจเอกธนสิทธิ เกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลการคำนวณความเร็วในครั้งที่ 2 กลายเป็นไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คณะกรรมการฯได้รับคำยืนยันว่า ที่จริงแล้วตัวเลขดังกล่าว พันตำรวจเอกธนสิทธิ ไม่ได้คำนวณขึ้นเอง แต่มีพนักงานสอบสวนนำข้อมูลชุดนี้มามอบให้ และเร่งรัดให้คิดตาม ให้ได้คำตอบนี้ภายใน 1 วันเท่านั้น

ซึ่งผลจากคำยืนยันนี้ คณะกรรมการจึงเห็นว่าควรเชิญอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาชี้แจงในวันพฤหัสบดีนี้ นอกเหนือจากการเชิญตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกหลายนายมาสอบถามข้อเท็จจริง

และเพื่อความกระจ่างว่ามีความผิดปกติในเส้นทางการเงินหรือไม่ นายวิชา จึงมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ไปตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนพยานเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวกับความเร็วรถ และการแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดกับนายวรยุทธ ตามที่อัยการสูงสุดสั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินการนั้น มีรายงานข่าวว่าคณะพนักงานสอบสวนได้เตรียมเรียกประชุมเพื่อดำเนินการในประเด็นต่าง ๆ แล้ว โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศของนายวรยุทธล่าสุด เพื่อนำไปประกอบการติดตามจับกุม และอยู่ระหว่างการรอการตอบรับ จากนายกสภาวิศวกร, อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพยานที่อัยการระบุให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งหากที่สุดแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ทันกำหนดในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ก็มีความจำเป็นต้องแจ้งขอขยายเวลาดำเนินการออกไป

ส่วนประเด็นการเรียกประชุมคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. ที่มี 2 ประเด็นสำคัญน่าจับตามอง คือ การกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโทษทางวินัยกับข้าราชการอัยการระดับสูง และการขอมติในที่ประชุม เพื่อตั้งคณะทำงานสอบสวนความผิดทางวินัยกับ นายเนตร นาคสุข กรณีที่สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ซึ่งการประชุมวานนี้ที่ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบ 9 ต่อ 5 เสียง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดำเนินการไปแล้ว ส่วนการกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาโทษกับข้าราชการระดับสูง ที่ประชุมได้สรุปแนวทางส่งให้กฤษฎีกาตีความเพื่อประกาศใช้แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

สำหรับการยื่นลาออกของนายเนตร ขณะนี้อัยการสูงสุดยังไม่ได้ลงนามอนุมัติ ซึ่งตามอำนาจแล้วยังสามารถยับยั้งได้เป็นเวลา 3 เดือน และเชื่อว่าในระยะเวลาดังกล่าว จะมีความชัดเจนในการพิจารณาว่า การสั่งไม่ฟ้องคดีของนายเนตร จะเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยหรือไม่