7HD ร้อนออนไลน์

“สมยศ”มาตามนัดแจงข้อมูลกดดัน พฐ. เปลี่ยนความเร็วรถ“บอส อยู่วิทยา”

วันนี้ (20 ส.ค. 63) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคาร 3 ถ.สามเสน นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​  ได้เชิญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เข้าให้ข้อมูลในช่วงบ่ายวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. บรรยากาศที่หน้าสำนักงานคณะกฤษฎีกา  ได้มีชายมาชูป้ายประท้วง ริมทางเท้า เรียกร้องความยุติธรรมจากอัยการ ในคดี "บอส วรยุทธ อยู่วิทยา" โดยในป้ายมีข้อความระบุ "มีคนไม่กี่คนหรอก ที่มีคุณธรรมสูง พอที่จะสู้สินบนราคาสูงๆได้" ด้านหลังเขียนว่า "มีคนไม่กี่คนหรอก (เช่น อสส. และรองฯ สมัย ต.ค.55-ก.ย.62) ที่มีคุณธรรมสูง พอที่จะสู้สินบนราคาสูงๆ ได้"  ซึ่งกล่าวไว้โดย ยอร์ช วอชิงตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กระทั่งทราบชื่อภายหลัง คือนายรัฐเอกราช ก๊วยซกกวง ราษฎร์ภักดีรัช อายุ 59 ปี ชาวกรุงเทพฯ เขตราษฎร์บูรณะ

จากนั้นเวลา 13.15 น. นายวิชา เดินทางมาร่วมประชุมและรับฟังข้อมูลชี้แจงจาก พล.ต.อ.สมยศ และ นายวงศ์สกุล โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และจะให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น

ต่อมาเวลา 13.40 น. พล.ต.อ.สมยศ เดินทางมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อถามว่าได้อยู่ในห้องประชุมพร้อมคณะทำงานของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้พิสูจน์หลักฐานด้านความเร็วรถนายวรยุทธ ในขณะนั้นหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ ตอบว่าจะชี้แจงในห้องประชุมกับคณะกรรมการ

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงความกังวลในการให้ข้อมูลคดีนี้ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “สบาย สบาย” ก่อนโบกมือทักทายสื่อมวลชนแล้วขึ้นไปยังห้องประชุมทันที

อย่างไรก็ตาม การเชิญ พล.ต.อ.สมยศ มาให้ข้อมูลในวันนี้ สืบเนื่องจาก วันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายวิชาเป็นประธาน ได้เชิญ พ.ต.อ.ธนสิทธิ เข้ามาชี้แจง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์ความเร็วรถที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม 177 เป็น 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยอ้างว่าพล.ต.อ.สมยศ เป็นคนที่พา นายสายประสิทธิ เกิดนิยม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาพบเพื่อแนะนำการคำนวนความเร็วรถอีก 1 สูตร ที่คำนวนจากเส้นทแยงมุม ซึ่งคำนวนออกมาได้ 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ว่าวิธีนี้ต่างจากการคำนวนของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ที่ได้คำนวนโดยลงพื้นที่จริง ตรวจสถานที่จริงบริเวณจุดเกิดเหตุ ย่านทองหล่อ ถ.สุขุมวิท ปากซอย 47 มีการวัดจากระยะทาง วัดเส้นความยาวตามแนวรถ ซึ่งคิดคำนวนจนได้ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ด้วยเวลาที่จำกัดและถูกกดดัน รวมถึงทราบว่านายสายประสิทธิเคยทำข้อมูลคดีของนายชูวงษ์ รวมถึงเคยพิสูจน์ในเรื่องลักษณะนี้ จึงทำให้เชื่อถือในข้อมูล แต่พอกลับมาทบทวนและเชื่อว่าไม่ถูกต้องจึงพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลกลับไปที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ไม่สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้นายวิชา เคยบอกว่า การทำสำนวนคดีของตำรวจมีพิรุธหลายอย่าง พบการทำสำนวนของตำรวจบกพร่องหลายจุด สำนวนเป็นเท็จในเรื่องการเพิ่มวันที่รายงานการสอบสวน พ.ต.อ.ธนสิทธิ และมีความพยายามสร้างเรื่องให้สมเหตุสมผล และทำคดีนานผิดปกติหลายปี