รอบรั้วรอบโลก

ยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งสูงกว่า 23.5 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 8 แสนคน

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ตอนนี้พุ่งสูงกว่า 23.5 ล้านคน, เสียชีวิตมากกว่า 810,000 คน, รักษาหายป่วยแล้วราว ๆ 16 ล้านคน โดย สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดกว่า 5.8 ล้านคน, เสียชีวิตราว 180,000 คน ตามด้วย บราซิล มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 3.5 ล้านคน, เสียชีวิตกว่า 110,000 คน และ อินเดีย มีผู้ติดเชื้อราว 3.1 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 57,000 คน

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 25 คน เมื่อวานนี้ นับเป็นวันที่ 21 ติดต่อกัน ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่ ทางการฮ่องกง จะเร่งตรวจหาเชื้อครั้งใหญ่ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ และนำไปกักกันตัวต่อไป

ล่าสุด ฮ่องกง มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมราว ๆ 4,600 คน และเสียชีวิตแล้ว 77 คน

ศูนย์พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน เปิดเผยว่า จีน ได้ทำการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินให้กับบุคลากรการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด, พนักงานด้านคมนาคมขนส่ง และเจ้าหน้าที่ตรวจตราพื้นที่ชายแดน ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฏาคมที่ผ่านมา แม้ว่าวัคซีนดังกล่าวยังไม่ผ่านกระบวนการทดลองขั้นสุดท้าย เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยก็ตาม

นอกจากนี้ ทางการจีน เตรียมจะฉีดวัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉินให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบ 2 ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ช่วงระหว่างเดือนกันยายนปีนี้ - กุมภาพันธ์ปีหน้า
 
รัฐมนตรีสาธารณสุขของอิตาลี ประกาศว่า ทางการจะยังไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 1,210 คนเมื่อวานนี้ นับเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากทางการอิตาลี มองว่าสถานการณ์ระบาดขณะนี้ไม่รุนแรงเท่ากับช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่ทำให้พวกเขาต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ถึง 10 สัปดาห์

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในอิตาลี ล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 259,000 คน และเสียชีวิตแล้วราว ๆ 35,000 คน 

ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 4,897 คน เมื่อวานนี้ ถือเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบวัน นับตั้งแต่ ทางการฝรั่งเศส ยุติการใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส แสดงความวิตกต่อกรณีที่จำนวนคนวัยหนุ่มสาวติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าคนวัยสูงอายุถึง 4 เท่า ในช่วงระยะหลัง เนื่องจากคนวัยหนุ่มสาวไม่ระมัดระวังเรื่องสุขอนามัย และไม่เว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด 

ล่าสุด ฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 240,000 คน และเสียชีวิตแล้วกว่า 30,000 คน 

ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นไนท์คลับแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบจัดงานปาร์ตี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการของทางการที่สั่งปิดไนท์คลับและบาร์ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมงานปาร์ตี้ราว 120 คน แตกตื่นหนีการจับกุมของตำรวจกันอย่างอลหม่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน จากการเหยียบกันขณะพยายามหนีการจับกุม และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้เข้าร่วมงานปาร์ตี้ที่ไนท์คลับดังกล่าวไป 23 คน โดย 15 คน ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ด้วย 

โดย เปรู มียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 580,000 คน สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในทวีปอเมริกาใต้ รองจาก บราซิล และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 27,000 คน