สนามข่าว 7 สี

หญิงอายุ 70 ปี แจ้งจับเพื่อนลูกชายลักรถกระบะหลบหนี จ.ระยอง

คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ หญิงอายุ 70 ปี ถูกเพื่อนของลูกชายออกอุบายขอยืมรถกระบะขับไปซื้อสุรา ก่อนจะหายไปทั้งรถทั้งคนนานกว่าครึ่งเดือนแล้ว หลังเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ตำรวจยังตามจับตัวไม่ได้

หญิงอายุ 70 ปี แจ้งจับเพื่อนลูกชายลักรถกระบะหลบหนี จ.ระยอง
นางตุ้มทอง กันจาด อายุ 70 ปี ชาวบ้านตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นำเอกสารการแจ้งความ พร้อมกับคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะลูกชาย และเพื่อนลูกชายอายุประมาณ 40 ปี ขับรถกระบะสี่ประตู สีดำ ออกจากบ้านไปด้วยกัน โดยเพื่อนลูกชายคนนี้ได้ออกอุบายชักชวนไปดื่มสุราที่บ้านเพื่อนอีกคน กระทั่งลูกชายเมานอนหลับไม่ได้สติ จากนั้นเพื่อนลูกชายคนนี้ก็ขับรถออกไป โดยบอกว่าจะไปหาซื้อสุรามาให้ดื่มเพิ่มอีกขวด แต่กลับหายไร้ร่องรอยทั้งคนทั้งรถ เหตุเกิดวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา

ทันทีที่ทราบเรื่อง หญิงผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองระยอง เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวชายอายุประมาณ 40 ปี (เพื่อนลูกชาย) แต่ผ่านมาจนถึงวันนี้ (31 ส.ค.) นานกว่าครึ่งเดือนแล้วคดีไม่คืบหน้า ตำรวจยังตามจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ ก็ยิ่งร้อนใจ กลัวรถถูกชำแหละขายซาก จึงออกมาร้องทุกข์ผ่านทีมสนามข่าว 7 สี อีกช่องทางหนึ่ง

นางตุ้มทอง (ผู้เสียหาย) เปิดใจอีกว่า ตั้งแต่ที่รถกระบะของเธอถูกขโมยไปทำให้ลำบากมาก เวลาเจ็บไข้ และถึงวันที่แพทย์นัดให้ไปตรวจอาการป่วยโรคมะเร็งที่โรงพยาบาล ทำให้ไม่มีรถเดินทางไป ยิ่งไปกว่านั้นต้องผ่อนส่งค่างวดรถทุกเดือน โดยที่ไม่รู้ว่ารถไปอยู่ที่ใด หากเพื่อนลูกชายคนนี้รับรู้ข่าว อยากให้สำนึกนำรถมาคืน แล้วจะไม่เอาเรื่อง

รวบชายอายุ 44 ปี ลักรถ จยย. อ้างแค่ยืมขี่หนีตำรวจ จ.ตาก
จังหวัดตาก จากกรณีเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา นางบุญธรรม เจ๊กพ่วง อายุ 68 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองตาก ว่าถูกชายคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้านพัก หมู่ 3 ตำบลน้ำรึม โดยก่อนที่คนร้ายจะขโมยรถไปนั้น ได้ตะโกนบอกกับเธอด้วยว่า "ขอยืมรถก่อนนะยาย" จากนั้นไขกุญแจสตาร์ตเครื่องขี่หนีไปทันที

ความคืบหน้าทางคดีเมื่อวานนี้ (30 ส.ค.) ตำรวจตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือ นายคัมภีร์ พรมแก้ว อายุ 44 ปี ชาวตำบลโป่งแดง อำเภอเมืองตาก โดยไปจับกุมได้ที่บ้านญาติของผู้ก่อเหตุ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์คันที่ขโมยไปจากผู้เสียหาย สภาพยางล้อรถด้านหลังแตก และเมื่อคุมตัว นายคัมภีร์ ไปเค้นสอบ ยอมรับสารภาพว่าไม่มีเจตนาก่อเหตุ แต่ที่ทำลงไปเพราะก่อนหน้านี้เพิ่งเสพยาเสพติดมา และกำลังหลบหนีตำรวจ จนไปเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจอดอยู่หน้าบ้านพอดี จึงแค่จะขอยืมขี่หนีตำรวจเท่านั้น แต่โชคไม่เข้าข้าง รถยางรั่ว จึงต้องไปหลบซ่อนตัวที่บ้านญาติ กระทั่งถูกจับ โดยระหว่างที่เขาถูกคุมตัวไปทำแผนฯ นั้น ได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายต่อสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปด้วย

เข้าทำนองสำนึกผิดเมื่อสาย และถึงแม้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น ที่สุดแล้วตำรวจแจ้งข้อหากับ นายคัมภีร์ ฐานชิงทรัพย์แล้วหลบหนี (โดยไม่ใช้อาวุธ) ส่งตัวดำเนินคดีต่อไป