เกาะกระแสออนไลน์

ลูกหนี้มีเฮ!! ธนาคารออมสิน ขยายเวลาพักชำระหนี้อัตโนมัติต่ออีก 3 เดือน

ข่าวดีสำหรับลูกหนี้ หลังธนาคารออมสิน เผยขยายเวลาพักชำระหนี้อัตโนมัติต่ออีก 3 เดือน เริ่ม ต.ค.-ธ.ค. 63  และสามารถเลือกแผนการชำระหนี้ได้ 3 ทางเลือก

โดยเฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ โพสต์แจ้งข่าวหลังนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแบบอัตโนมัติเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง วันที่ 30 ก.ย.63 แต่เนื่องจากลูกค้าและประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น

ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการช่วยเหลือด้วยการขยายเวลามาตรการพักชำระหนี้อัตโนมัติต่อไปอีก 3 เดือน เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. - 31 ธ.ค.63 พร้อมกับเปิดทางเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ประสงค์จะพักชำระหนี้ต่อ และต้องการออกจากมาตรการ สามารถเลือกแผนการชำระหนี้ได้ 3 ทางเลือก

ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตัวเองได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.-31 ธ.ค. 63

- แผนที่ 1 พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ยทั้งจำนวน 100% จากเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม
- แผนที่ 2 ชำระดอกเบี้ยปกติทั้งจำนวน 100% และเงินต้น 50%
- แผนที่ 3 ชำระเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม เมื่อแจ้งแผนการชำระหนี้ผ่าน MyMo แล้ว จะมีผลในวันถัดไปทันที

กรณีที่ลูกค้ามีสัญญาเงินกู้มากกว่า 1 ราย จะต้องให้ผู้กู้หลัก (มีชื่อเป็นผู้กู้ลำดับแรกในสัญญาเงินกู้) เป็นผู้มีสิทธิ์แจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการผ่าน MyMo เท่านั้น ส่วนลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลให้ไปดำเนินการแจ้งความประสงค์ที่สาขาเจ้าของบัญชี

แจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการพักชำระหนี้ในระยะแรก สามารถดำเนินการผ่าน MyMo เท่านั้น ลูกค้าที่ขอออกจากมาตรการพักชำระหนี้ต้องปรังปรุง (อัปเดต) แอปพลิเคชัน MyMo เป็นรูปแบบล่าสุด (เวอร์ชั่น 1.34.0) เพื่อให้สามารถเข้าสู่มาตรการและทางเลือกพักชำระหนี้ได้
สอบถามรายละเอียด Call Center 1115 และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ


 
https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/09/02/5f4f1064a66e11.42165311.jpg
 
https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/09/02/5f4f1071af8515.42394319.jpg

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  เฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์,gsb.or.th