สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ตำรวจยอมรับผลสอบ วิชา มหาคุณ คดีบอส อยู่วิทยา

วานนี้ ตำรวจออกมาตอบทุกข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดี บอส อยู่วิทยา อีกครั้ง หลังชุดสอบสวนของนายวิชา มหาคุณ ออกมาระบุว่าเป็นคดีที่ผิดปกติ มีการสมคบคิดกันช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ต้องรับโทษ ซึ่งตำรวจก็พร้อมรับคำแนะนำ และชี้แจงว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ยืนยันว่าจะไม่ช่วยเหลือตำรวจที่กระทำผิดอย่างแน่นอน ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

ในการแถลงชี้แจงผลการสอบสวนกรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในชุดคณะกรรมการฯ ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานฯ ซึ่งมีการเสนอแนะใน 5 ประเด็นสำคัญ คือการเสนอให้รัฐบาลผลักดันให้ยกคดีที่ยังไม่ขาดอายุความขึ้นดำเนินการใหม่ การดำเนินคดีอาญา วินัย และจริยธรรม กับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการ ตรวจสอบเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ทุกประเด็น ทำความเข้าใจเรื่องการมอบอำนาจความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา และในรายละเอียดที่แถลงยังได้ชี้ว่า คดีนี้มีการสมคบคิดกันช่วยเหลือผู้ต้องหา ทำกันเป็นขบวนการ เห็นควรพิจารณาโทษทางวินัยและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเริ่มต้นการสอบสวนใหม่ทั้งหมด

ในฝั่งของตำรวจ วานนี้ก็มีการแถลงชี้แจงพร้อมรับผลการสอบสวนของนายวิชาดังกล่าว โดยระบุว่าหลังพบความผิดปกติในเรื่องต่าง ๆ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้เข้าไปกำกับดูแลการสอบสวน และสั่งการเรื่องนี้ด้วยตัวเองทันที ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้เริ่มต้นทำสำนวนคดีใหม่ ไปจนถึงขั้นออกหมายจับ และส่งฟ้องให้อัยการรับไปพิจารณา รวมถึงการเสนอให้จเรตำรวจพิจารณาความผิดทางวินัยกับตำรวจ 21 นาย ซึ่งก็รวมถึง พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่ทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการด้วย

พร้อมกันนี้ยังชี้แจงว่าเรื่องการเสนอให้ลงโทษทางวินัย ไม่ใช่การช่วยเหลือให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องพ้นผิด เพราะเมื่อเป็นความผิดทางวินัยแล้ว ก็จะเชื่อมโยงไปยังความผิดทางอาญา เช่น ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามไปด้วย และหากผลการสอบสวนทางวินัยพบว่าตำรวจรายใดเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ก็ได้เสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการไว้ก่อน

ส่วนการจะเอาผิดอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามรายงานสรุปของนายวิชา ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเป็นใคร อีกทั้งคณะกรรมการตรวจสอบของตำรวจก็ไม่มีอำนาจเชิญอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง จึงต้องรอให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด ส่วนผลการสอบสวนที่ผ่านมา ยืนยันได้ว่ามีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าไปเกี่ยวข้องจริง

ส่วนที่มีความเห็นว่า คดีนี้ควรแจ้งข้อหาฆ่า "ผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล" เรื่องนี้ชี้แจงว่า การจะตั้งข้อกล่าวหาใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ประกอบกัน ส่วนเรื่องที่ต้องให้ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีด้วยนั้น เป็นเพียงการดำเนินคดีในความผิดตามกฎหมายจราจรปกติ ไม่ใช่ช่องทางช่วยเหลือนายวรยุทธแต่อย่างใด ส่วนการนำตัวนายวรยุทธกลับมาดำเนินคดี ยังต้องรออัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก่อนประสานไปยังตำรวจสากลให้พิจารณาออกหมายแดง โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของนายวรยุทธอยู่ตลอด เพียงแต่เปิดเผยไม่ได้ว่าข้อมูลล่าสุดอาศัยอยู่ที่ใด และไม่ทราบว่าปัจจุบันถือหนังสือเดินทางของชาติใดอยู่

สำหรับการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าทำคดีนี้ให้ชัดเจนขึ้น ตามความเห็นของนายวิชา วานนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้หารือและมอบนโยบายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เป็นศูนย์กลางการติดตามความคืบหน้า และแถลงให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะ