สนามข่าว 7 สี

รัฐใจป้ำ! ศบศ.เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขรก.ลาเที่ยวเพิ่มได้ 2 วัน ไม่นับเป็นวันลา

ศบศ.มีมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์ "เราเที่ยวด้วยกัน" ช่วยจ้างงานใหม่ แจกเงิน 3,000 ใช้จ่าย หวังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

เมื่อวานนี้ ที่คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มเติม ภายใต้โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" มาตรการการส่งเสริมการจ้างงาน โดยเฉพาะผู้จบการศึกษาใหม่ และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป

เริ่มด้วยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่จะเพิ่มสิทธิให้ผู้ลงทะเบียนจำนวน 3 สิทธิ ด้วยกัน ก็คือ เพิ่มส่วนลดค่าที่พัก 40% จากเดิมได้ 5 คืน เพิ่มเป็นจำนวน 10 คืนต่อ 1 บัตรประชาชน เพิ่มคูปองอาหารในการท่องเที่ยว โดยหากท่องเที่ยวในวันจันทร์-พฤหัสบดี รัฐจะอุดหนุน 900 บาท ขณะที่วันศุกร์-อาทิตย์ รัฐจะอุดหนุน 600 บาท และให้เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 2,000 บาทต่อที่นั่ง โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ยังให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา แต่ต้องลงทะเบียนและใช้สิทธิในแพ็คเกจ เราเที่ยวด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพิ่มความถี่การพักค้าง และเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย

ในส่วนมาตรการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ปวส. และ ปวช. รวม 260,000 อัตรา โดยมีอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา ในระดับปริญญาตรี เดือนละ 15,000 บาท, ปวส. เดือนละ 11,500 บาท และ ปวช. เดือนละ 9,400 บาท โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนเงินค่าจ้าง 50% ของเงินเดือน หรือสูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท ต่อคนต่อเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2564

ส่วนมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย มีการส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปที่ครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย ด้วยการสนับสนุนเงิน คนละ 3,000 บาท โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เน้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ยกเว้น แอลกอฮอล์กับบุหรี่ โดยหลักการใครลงทะเบียนก่อนก็ได้รับสิทธิก่อน ใช้ได้ในระยะเวลา 3 เดือน

แต่กำหนดเงื่อนไขว่าใช้ได้วันละ 100-250 บาท คาดว่าจะเริ่มมาตรการนี้ได้ในเดือนตุลาคม แต่ทั้งหมดทุกโครงการ จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน เช้าวันนี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์ และความคิดในการขับเคลื่อนภาคส่วนของแต่ละที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ โดยเฉพาะวิสัยทัศน์หรือมุมมอง ใน 3 ปีข้างหน้า และกฎกติกาของภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน