7HD ร้อนออนไลน์

ปฏิรูปงานยุติธรรม-เดินหน้าเอาผิด ขบวนการสมคบคิด

ทฤษฏีสมคบคิด มะรุมมะตุ้มช่วยนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ให้หลุดพ้นจากคดีขับรถชนตำรวจตาย ใครบอกว่ามีแต่เรื่องบกพร่อง...น่าอับอาย มันไม่จริงเลย...คุโณปการที่ “บอส” มีต่อกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คดีเล็กคนใหญ่สะเทือนวงการยุติธรรม ไม่ต่างจากคดีเชอรีแอน ดันแคน

ภารกิจบอสดึงดาวกระตุกครุย ทำเอาทั้งวงการต้องสำรวจตรวจสอบตัวเองกันยกใหญ่ ไม่เพียงแค่ตำรวจที่โดนหนัก ถูกตั้งกรรมการสอบสวนไป 21 นาย ซึ่งเป็นไปตามหน้างาน วงการทนายความก็พลอยเจ็บไปด้วย ส่วนอัยการ รอบนี้ถึงกับละเอียด

แรงสะเทือนยังไปไกลถึงฝ่ายนิติบัญญัติ ตอบไม่ได้ไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว ว่าการก้าวล่วงเข้ามาในเนื้องานของฝ่ายบริหาร เพื่อถ่วงดุลหรือชี้นำ? กรรมาธิการของ สนช.ถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือเป็นเครื่องมือช่วยผู้ต้องหาให้พ้นผิด? เพราะความพยายามร้องขอความเป็นธรรม 13 ครั้ง ไม่สำเร็จ ถูกตีตกว่าเป็นหลักฐานเก่า ...ร้องเพื่อประวิงคดี ซ้ำร้ายผู้ต้องหายังหลบหนีอีกด้วย

แต่หนังสือร้องขอความเป็นธรรมดัน...มาปัง!! เอาครั้งที่ 14 เพราะ กมธ.ตั้งเรื่อง ส่งไม้ต่อ...ให้อัยการรับลูกหรือไม่?

รายงานผลการตรวจสอบ ที่กลั่นกรองจากทีมงานของ อ.วิชา มหาคุณ เขียนแบบคนรู้ไส้รู้พุง เกือบจะเป็นคำวินิจฉัยที่ผลักไม่ออก ...ดันไม่พ้นตัว ยิ่งการนำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น กับ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน เข้าโครงการคุ้มครองพยาน ...ส่งสัญญาณอะไรบางอย่างหรือไม่

มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่ลูกน้องจะจำผู้บังคับบัญชาไม่ได้ เป็นเรื่องครั้งนี้ เจ้าของวลี “แค่ไซด์ไลน์” จะพลิ้วหลบอย่างไร

รึต้องขอบคุณ “บอส” ? ...ที่เสียสละตัวเองรื้อใหญ่กระบวนการยุติธรรม รื้อไปถึงสายใยครอบครัว พ่อแม่รังแกฉัน  รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เรื่องนี้ถ้าจริงใจ ควักจ่ายเยียวยาก็จบได้แบบสวยๆ เพราะคนพร้อมให้อภัย แต่เมื่อเดินเกมผิด เลือกที่จะเลี้ยงดูปูเสื่อ ...กว่าจะเคลียร์ผ่านไปแต่ละด่าน ไม่รู้ต้องจ่ายไปเท่าไร ซ้ำยังต้องนั่งลุ้นให้รอดจากข้อหา ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนให้มีการกระทำผิด อีกด้วย?

สำหรับ “บอส” ที่ประเมินกันว่า ยังไงก็คงไม่ได้ตัวมาดำเนินคดีในอายุความที่จะหมดลงในปี 2570 แต่...ถ้าโดนข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล เพราะไม่หยุดรถช่วยเหลือแต่กลับพาร่างผู้ตายไปไกลกว่า 60 ม. และขับรถสปอร์ตหรูลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 160 ม. ซึ่งนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม ก็เห็นสอดรับว่า คดีขับรถชนคนตายของ “บอส” ไม่ใช่แค่ประมาท...แต่เป็นฆ่าคนตายโดยเจตนา จากพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการกระทำแบบ “เจตนาย่อมเล็งเห็นผล” ซึ่งข้อหานี้ยังไม่เคยสอบสวน อายุความ 20 ปี

รื้อคดีบอสฉากต่อไป บทจะถูกส่งต่อไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ฟังชื่ออย่าเพิ่งไปดูแคลนว่าไม่มีน้ำยา เพราะ ป.ป.ท.ทำงานภายใต้ร่มศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ( ศอตช.) บูรณาการทุกหน่วยงานให้เข้าร่วมตรวจสอบได้ ทั้งภารกิจสางปมทุจริตโดย ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นทางการเงินโดย ปปง. หรือการโอนคดีให้ดีเอสไอรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ  

ส่วนตัวละครในทฤษฎีสมคบคิด ที่ อ.วิชาเสนอให้เอาผิดทางวินัยและอาญา ถูกขึงพืดโชว์ว่า เริ่มต้นด้วยสารวัตรปราบปราม สน.ทองหล่อสร้างพยานเท็จ นำตัวลูกจ้างในครอบครัว “อยู่วิทยา” มามอบตัวรับสมอ้างเป็นผู้ขับรถ แม้ต่อมา “บอส” จะเข้ามอบตัว แต่ให้การภาคเสธว่าเมาหลังขับ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ผ่านการวางแผนร่วมกันระหว่าง ตร.กับทีมทนายเพื่อวางรูปคดีให้อ่อน ตั้งข้อหาประมาทร่วมกับผู้ตาย หรือการไม่ตั้งข้อหาเสพโคเคน เพราะดันไปเลือกรับฟังความเห็นจากพยานฝ่ายผู้ต้องหา ทั้งที่ขัดแย้งกับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ น่าเชื่อว่าเป็นความพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ถูกศาลพิพากษาลงโทษโดยไม่รอลงอาญา ส่งผลให้ 21 นายตำรวจถูกตั้งกรรมการสอบ ลากยาวไปถึง พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ไม่เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ

เมื่อส่องเข้าไปในกระบวนการร้องขอความเป็นธรรม ผลสอบฯพบความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ มีบุคคลจำนวนหนึ่งจัดให้ ดร.สายประสิทธิ์ ไปพบกับ พ.ต.ท.ธนสิทธิ เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่ และมีการสอบปากคำภายใต้การกำกับของอัยการ (คนหนึ่ง) เพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ แก้ไขเปลี่ยนแปลงวันสอบปากคำ กดดันให้เปลี่ยนความเห็นประเด็นความเร็ว

เป็นการใช้อิทธิพลทางการเมืองกดดันกระบวนการยุติธรรมผ่าน กมธ. ที่ประกอบด้วย ข้าราชการ ทหาร ตำรวจยศสูง และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม และ กมธ.บางคนยังไปให้การเป็นพยาน สนับสนุนข้ออ้างของผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวนด้วย

ส่วนอัยการ น. ส่อเละ? จากการมีความเห็นให้สอบพยานเพิ่มเติมเฉพาะเจาะจง “พลอากาศโท จ. กับนาย จ.”  ทั้งที่พยานทั้ง 2 ปากนี้ เคยถูกสอบไปแล้วในการร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง โดย อสส. และรอง อสส. ต่างเห็นว่าเป็นพยานที่มีพิรุธ-ไม่น่าเชื่อถือ แต่อัยการ น.เชื่อ โดยเฉพาะพยานปาก “พลอากาศโท จ.” เพียงเพราะเป็นข้าราชการระดับสูง

ปรากฎการณ์ ...บอสดึงร่วง ยังกระทบไปถึงวงการทนายความ จากผลสอบที่พบทนายความในคดีนี้มีส่วนสำคัญในการไปพบ ดร.สายประสิทธิ์พร้อมกับนาย “ช.” เพื่อขอให้คำนวณความเร็วใหม่ และยังอยู่ร่วมจัดการสอบปากคำ “พันตำรวจโท ธ” เพื่อเปลี่ยนแปลงความเร็ว

ซึ่งเรื่องนี้ นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความ เปิดเผยว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ วันที่ 10 ก.ย.63 ประธานกรรมการมรรยาท เรียกทนายความฝั่งบอสเข้าให้ข้อมูล ตามขั้นตอนหากตรวจสอบพบพฤติการณ์ความผิด บทลงโทษมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ห้ามเป็นทนายความในกำหนดไม่เกิน 3 ปี หรือลบชื่อจากทนายความ

ตกหล่นไม่ได้ คือ พยานที่ให้การเท็จ สมรู้ร่วมคิดช่วยเหลือผู้กระทำความผิด เป็นอีกบทที่ต้องถูกจัดการให้สิ้นซาก

แล้วมหกรรมช่วยบอส ให้อะไรกับสังคมไทย อย่างแรกเลยคืออายุความ ถึงเวลาแก้กฎหมาย หยุดนับอายุความกับผู้ต้องหาหลบหนีคดี...ดัดนิสัยคนชอบหนี

ส่วนองค์กรอัยการ มีข้อเสนอให้ปรับเยอะ ปิดช่องประวิงคดีผ่านการร้องขอความเป็นธรรม โดย “ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา” ต้องมาร้องด้วยตนเอง การยื่นร้องเกินกว่า 1 ครั้ง ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยนำเสนอมาก่อน การมอบอำนาจของ อสส.เรื่องขอความเป็นธรรม-สั่งไม่ฟ้อง ต้องมอบให้ รอง อสส.ต่างคนกัน และไม่ว่าจะสั่งอย่างไร ต้องรายงาน อสส.ทราบทุกกรณี

ทำสำนวนสมยอมโดยไม่สุจริต ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ สร้างพยานหลักฐานเท็จ ช่วยผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี เป็นความผิดอาญา ม.200 และ ม.157 ซึ่งเป็นจักรวาลของการเอาผิดเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบ แต่จะข้อหาฉกาจ...ฉกรรจ์ ถึงขั้นจบไม่สวย

จบแบบบอสๆ จะไปสุดที่ตรงไหน มวยล้มต้มคนดูจะมีอีกหรือไม่

รักนะตะเอง #จ่อย7HD