ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : จอดเรือทิ้งเทียบอ่าวบ้านดอน

ปัญหาการใช้เรือประมงผิดกฎหมาย อย่างเรือคราดหอย ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงกระทบกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ไม่ต่ำกว่า 100 ครัวเรือน ในตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เพราะชาวบ้านที่นี่วางอวนปู-อวนปลาอยู่ใกล้ชายฝั่งในเขตเลี้ยงหอยแครง จุดที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ ที่เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.ภาค 2 กำลังเดินหน้ารื้อถอนขนำเฝ้าคอกหอยและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเลี้ยงหอยอยู่

ชาวประมงพื้นบ้านบางรายถึงกับต้องประกาศขายเรือหางยาวทิ้ง และขณะนี้มีเรือจอดเทียบท่ากว่า 80 ลำแล้ว เพราะไม่อยากจะไปสร้างปัญหา และเลี่ยงการกระทบกระทั่งกัน กับเรือคราดหอยนอกพื้นที่ ที่เข้ามาคราดหอยในเขตขนำเฝ้าคอกหอย

และยังเล่าว่า เมื่อก่อนเคยจับปลา จับปู มีรายได้หลักพันบาทต่อวัน แต่ปัจจุบันรายได้ลดลงเหลือไม่ถึง 200 บาทต่อวัน และบ่อยครั้งขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท เพราะอวนถูกทำลายเสียหายจากเรือคราดหอย ทำได้เพียงนำอวนไปวางในคลองริมปากอ่าวเพื่อประทังชีวิตเลี้ยงครอบครัว ซึ่งก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจึงอยากให้ภาครัฐ เร่งแก้ไขปัญหา และจับกุมเรือประมงผิดกฎหมายที่เข้ามาทำลายทรัพยากรผิวดินใต้น้ำอย่างจริงจัง

ขณะที่ ศรชล.และกรมประมง รับรู้ถึงปัญหาที่กระทบกระทั่งกัน รวมถึงการทำประมงผิดกฎหมายที่เข้ามาคราดหอยในพื้นที่ชายฝั่ง จึงได้ชุดลาดตระเวนเพื่อจับกุม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในพื้นที่เหมือนที่ผ่านมา

การทำประมงพื้นบ้าน ในที่เขต 2,000 - 3,000 เมตรจากชายฝั่ง นอกจากจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ ยังเป็นแหล่งสร้างเงินสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อีกไม่น้อย ส่วนเรือประมง ต้องไม่ใช้เครื่องมือผิดประเภทเข้ามาทำประมงใกล้ชายฝั่งตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่