เช้านี้ที่หมอชิต

ฝากขังเยาวชนอายุ 17 ปี แทงคู่กรณี อ้างป้องกันตัว - เรียกสอบกลุ่มวัยรุ่นตีกันกลาง รพ.

เช้านี้ที่หมอชิต - เยาวชนชายอายุ 17 ปี ที่ใช้มีดแทงชายอายุ 20 ปี ถูกตำรวจคุมตัวฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรีแล้ว เจ้าตัวอ้างถูกหาเรื่องและขว้างแก้วใส่หัวก่อน จึงทำไปเพื่อป้องกันตัว จากนั้นไปเจอกันที่โรงพยาบาลขณะรักษาตัว จึงมีเรื่องกันอีก ด้านตำรวจเรียกตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ตีกันหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเข้าสอบปากคำแล้ว

ย้อนกลับไปช่วงประมาณ 01.00 น. วันที่ 9 กันยายน กล้องวงจรปิดหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี บันทึกภาพเหตุชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้น เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายกันหน้าห้องฉุกเฉิน โดยมีตำรวจเข้าระงับเหตุ

เบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีเรื่องกันที่หน้าร้านหมูกระทะ ทำให้ชายอายุ 20 ปี ถูกแทง ส่วนชายอายุ 17 ปี ถูกตีด้วยแก้วจนศีรษะแตก มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกัน ระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของชายที่ถูกแทงตามมาดูอาการแล้วเจอกับคู่กรณี จนเกิดเหตุไล่ชกต่อยกันขึ้น

ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี เรียกกลุ่มวัยรุ่นในคลิปบางส่วนมาสอบปากคำ โดยแยกคดีออกเป็น 3 ส่วน คดีแรกแจ้งข้อหาเยาวชนชายอายุ 17 ปี ใช้มีดแทงชายอายุ 20 ปี คดีที่ 2 แจ้งข้อหาชายอายุ 20 ปี ใช้แก้วตีศีรษะเยาวชนชายอายุ 17 ปี ที่ร้านหมูกระทะ และคดีที่ 3 กลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ซึ่งตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย บุกรุกสถานที่ราชการในยามวิกาล

โดยคดีที่เยาวชนชายอายุ 17 ปี ใช้มีดแทงชายอายุ 20 ปี ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว 4 ปาก และนำตัวเยาวชนอายุ 17 ปี ไปฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี เขาบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ เพราะช่วงก่อนเกิดเหตุที่ร้านหมูกระทะ เขากำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อน 2 คน ระหว่างทางเจอกับชายอายุ 20 ปี ซึ่งได้พูดจาท้าทาย จากนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอกันที่ร้านหมูกระทะอีก จังหวะที่กำลังลงจากรถ อีกฝ่ายก็ขว้างแก้วใส่หัวทันที เขาบอกว่าตอนนั้นรีบขี่รถหนีไป และไปเจอมีดที่ใต้สะพาน ก่อนจะขี่รถมาเจอคู่กรณีอีกครั้ง ยอมรับว่าเป็นคนแทงจริง ทำไปเพื่อป้องกันตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เคลียร์กันไปแล้ว

ด้านแม่ของเยาวชนชายอายุ 17 ปี เชื่อว่าลูกชายถูกกระทำก่อน จึงไปแทงอีกฝ่ายเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น และลูกชายก็ถูกอีกฝ่ายทำร้ายกลับด้วย

หลังเกิดเหตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี ได้รายงานตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และได้รับคำแนะนำเรื่องของการดำเนินคดี เนื่องจากโรงพยาบาลจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย

ทางโรงพยาบาลเตรียมหารือกับเครือข่ายของโรงพยาบาลและตำรวจ เพื่อหาทางป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ เบื้องต้นมีแผนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยจะทำประตูกั้นเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง