เช้าข่าว 7 สี

Green Report : เครือข่ายภาคประชาชนค้านนำเข้าเศษพลาสติก

เป็นครั้งแรกที่เครือข่ายภาคประชาชน 71 องค์กร เช่น มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม Greenpeace Thailand แสดงเจตจำนงร่วมกันมากที่สุดในการคัดค้านการนำเข้าขยะหรือเศษพลาสติกและซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไทยเราเป็นอันดับต้นๆ ในการผลิตขยะพลาสติก และรัฐบาลได้ประกาศรณรงค์งดและลดการใช้พลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดเป้าหมาย ที่จำนำขยะพลาสติกมารีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570 ดังนั้นหากต้องการผลัดกันตามนโยบายนี้ จุดเริ่มต้นควรเริ่มจากการห้ามนำเข้าเศษขยะพลาสติกและเศษขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาอีก ซึ่งโควตาที่ภาคอุตสาหกรรมขอนำเข้าไว้จะสิ้นสุดภายในกันยายนนี้

จากข้อมูล Interpol 2020 การนำเข้าเศษพลาสติกของประเทศไทย พบว่า ในปี 2561 มีการนำเข้าเศษพลาสติกสูงถึง 552,912 ตัน เทียบกับปี 2559 ก่อนประเทศจีนประกาศห้าม มีการนำเข้ามาเพียง 69,500 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า นอกจากนี้ ยังพบกรณีการลักลอบนำเข้าขยะพลาสติกปนเปื้อน และขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นด้วย

ที่น่ากังวล คือ พวกพลาสติกอัดก้อน ที่มากับตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีการปนเปื้อน ไม่ได้ขนาดและชนิดพลาสติกที่ใช้งานรีไซเคิลไม่ได้ทันที ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของขบวนการนี้ สำหรับประเทศผู้ส่งออกเศษพลาสติกมาไทย เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา จีน และออสเตรเลีย

อีกปัญหาที่น่าจับตา ขยะพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาถูกมากจนส่งผลกระทบต่อราคาพลาสติกรีไซเคิลในประเทศ ผลกระทบโดยตรงตกที่กลุ่มซาเล้งประมาณ 1.5 ล้านคน และร้านรับซื้อของเก่าอีก 30,000 ร้านค้า

เศษขยะเหล่านี้ หากกำจัดไม่หมด หรือลักลอบนำเข้า นอกจากจะตกค้างในประเทศแล้วยังก่อมลพิษ โดยเฉพาะสารพิษไดออกซิน สร้างผลกระทบต่อส่วนรวมของประเทศ ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนจะติดตามจนกว่าจะมีนโยบายที่ชัดเจน

จุดยืนข้อเรียกร้องให้ประเทศไทย ขอให้ยกเลิกการนำเข้าขยะ หรือเศษพลาสติกและซากอิเล็กทรอนิกส์ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2563 เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมรอไม่ได้


Facebook : CH7HD Social Care