ห้องข่าวภาคเที่ยง

รับแรงงานชาวกัมพูชาเข้าไทยวันแรกสะดุด

รายงานสดจากด่านถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี : วันนี้เป็นวันแรกที่ จ.จันทบุรีเปิดให้แรงงานชาวกัมพูชา จำนวน 500 คน เข้าประเทศ เพื่อเข้ามาทำงานในล้งรับซื้อผลไม้และสวนลำไย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บลำไยนอกฤดู ตามโครงการโป่งน้ำร้อนโมเดล ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง จังหวัดแรกที่มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่มีการประกาศปิดด่านพรมแดน จากปัญหาโรคระบาดโควิด-19

ซึ่งจากรายงานล่าสุด พบว่า มีแรงงานชาวกัมพูชา มารอที่ฝั่งจังหวัดพระตะบอง แล้วกว่า 300 คน แต่ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ แรงงานจำนวนดังกล่าว ยังไม่สามารถข้ามชายแดนมายังฝั่งไทยได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของเอกสารบางอย่างของทางราชการระหว่าง 2 ประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการห้ามนำเข้าแรงงาน ที่มีการออกหนังสือตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ยังไม่มีการยกเลิกหนังสือดังกล่าว

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะต้องรอความชัดเจน ไม่เกินเที่ยงของวันนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างประชุมหารือร่วมกัน และอยู่ระหว่างประสานกับทางการประเทศกัมพูชา ถ้ามีความเป็นไปได้จะเร่งให้ทัน 14.00 น. ของวันนี้ เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดกรองโรคต่างๆ

แต่ถ้าหากไม่ทัน ก็มีความจำเป็นอาจจะต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 23 กันยายน หรือเป็นล็อตเดียวกันรอบที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคม ที่จะมีการนำเข้าแรงงานชาวกัมพูชา

ขณะที่ผู้ประกอบการล้งสวนลำไย เดินทางมารอรับแรงงานชาวกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยยินดีในการออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้สามารถนำแรงงานไปทำงานที่สวนลำไย เนื่องจากตอนนี้ผลผลิตพร้อมที่จะเก็บเกี่ยว แต่กลับมีแรงงานไม่พอ แต่หากวันนี้แรงงานชาวกัมพูชา ยังไม่สามารถข้ามมาได้ ก็รู้สึกผิดหวัง แต่ก็เข้าใจในสถานการณ์ หากจะต้องรออีก 2-3 วัน

สำหรับขั้นตอนการคัดกรอง ตอนนี้มีทีมแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี มาเตรียมความพร้อมในการตรวจคัดกรองโรค ไว้รอแล้ว ถ้าหากแรงงาน ข้ามมายังฝั่งไทย จะมีเจ้าหน้าที่ไปรอรับ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรค จากนั้นจะมีการกักตัว 14 วัน ซึ่งจะมีทั้งกักตัวที่โรงแรม รีสอร์ต บางส่วนจะกักที่ล้ง ที่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

แต่ถ้าหากตรวจพบเชื้อโควิด-19 ก็จะถูกส่งตัวกลับประเทศ หรือหากเจ้าของล้ง รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย ก็จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรักษา