เช้านี้ที่หมอชิต

คุมตัวหนุ่มยิงอริดับทำแผนฯ ปมทะเลาะกันในวงไฮโล

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวหนุ่มอายุ 36 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต ปมทะเลาะกันในวงไฮโล เจ้าตัวอ้างกลัวอีกฝ่ายใช้มีดแทง จึงใช้ปืนยิงก่อน

เช้ามืดวานนี้ (15 ก.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจสอบศพ นายก่อเกื้อ ฝ่ายสัจจา อายุ 45 ปี สภาพถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย เสียชีวิตในสภาพคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่กลางถนนสายชัยภูมิ-หนองบัวแดง ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ

พี่สาวผู้เสียชีวิต บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ น้องชายไปงานศพที่บ้านชีลองเหนือ โดยได้เล่นไฮโลกันในงานแล้วเกิดทะเลาะกันกับชายที่ชื่อว่า นายโก้ โดยเสียงดังมาจนถึงบ้านของเธอ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนที่เพื่อนบ้านจะมาบอกว่า น้องชายเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่จากการตรวจสอบ พบว่า ช่วงประมาณ 21.00 น. วันที่ 14 กันยายน นายก่อเกื้อ และ นายโก้ มาเล่นไฮโลกันในงานศพ แล้วเกิดการทะเลาะจนถึงขั้นท้าออกไปชกต่อยกันที่ถนน จากนั้น นายโก้ กลับไปเอาปืนที่บ้านแล้วย้อนกลับมายิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนจะตามไปยิง นายก่อเกื้อ จนเสียชีวิต

เพื่อนผู้เสียชีวิต บอกว่า เขาไปร่วมงานศพก่อนจะเดินกลับมาที่บ้านของตัวเองซึ่งอยู่ห่างกันไม่ไกล แล้วนั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าบ้าน จากนั้นเห็น นายก่อเกื้อ ขี่รถพาเพื่อนอีกคนไปส่งที่บ้านอีกหลัง ก่อนจะขี่รถย้อนกลับมา จึงได้ชักชวนให้ดื่มเหล้าด้วยกัน แต่ นายก่อเกื้อ ไม่ดื่ม แล้วขี่รถออกไป สักพักก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

ล่าสุด ตำรวจสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือ นายโอวาส ชำนาญ หรือ นายโก้ อายุ 36 ปี พร้อมปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางบรรดาญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิตที่พยายามเข้ามาทำร้ายด้วยความโกรธแค้น

นายโอวาส ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุต่างฝ่ายต่างมึนเมา จึงมีเรื่องทะเลาะกันในวงไฮโล จากนั้นเขากลับไปเอาปืนลูกซองยาวที่บ้านแล้วย้อนกลับมา แต่ไม่พบอีกฝ่าย จึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที นายก่อเกื้อ ก็ขี่รถกลับเข้ามาที่งานศพ แล้วชักมีดไล่แทงเขา จนต้องวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า จากนั้นเขาบรรจุกระสุนปืนแล้วเดินออกมาที่ถนน เจอเข้ากับ นายก่อเกื้อ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี เขาอ้างว่า อีกฝ่ายจะชักมีดออกมาทำร้าย จึงได้ยิงสวนไป 1 นัด

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา นายโอวาส ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย