เช้าข่าว 7 สี

จังหวัดเมียวดีประกาศเคอร์ฟิว ป้องกันโควิด-19 / แม่สอดเข้มงวดป้องกันลักลอบเข้าพื้นที่

เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) นายเพียวส่อโก่โก่ นายอำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ออกหนังสือคำสั่งตามประกาศภาวฉุกเฉินภาวะฉุกเฉินของประเทศเมียนมา เรื่องสั่งห้ามพลเรือนออกนอกเคหะสถานเคหสถานหลังเวลา 00.00 - 04.00 น. โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา หากพบพลเรือนฝ่าฝืน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังรุนแรงขึ้น โดยล่าสุด มียอดผู้ป่วยติดเชื้อในรัฐยะไข่และย่างกุ้งพุ่งสูงถึง 3,000 กว่าคน เสียชีวิตแล้ว 32 คน

ทั้งนี้ ทางนายอำเภอเมียวดี ยืนยันว่า ยังไม่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อภายในพื้นที่ แต่ต้องบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด ขณะเดียวกันได้คัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่อย่างเข้มงวด หากพบว่าเดินทางกลับมาจากรัฐยะไข่หรือย่างกุ้ง ต้องถูกกักตัวทันที ซึ่งจะคล้ายกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของประเทศไทย ส่วนการป้องกันตามแนวชายแดน อำเภอแม่สอด ซึ่งอยู่ติดกับฝั่งอำเภอเมียวดีของประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังเข้มและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นอีก เพราะเกรงว่าชาวเมียนมาจะลักลอบเข้าพื้นที่เพราะหวาดกลัวการแพร่ระบาดของโรค

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว ชาวเมียนมาที่เข้ามาหลบอยู่ในแคมป์คนงาน ซึ่งติดอยู่กับช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำเมย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับชาวเมียนมาได้ 12 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 3 คน ตรวจสอบไม่พบเอกสารประจำตัวใดๆ จึงคุมตัวไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 และส่งตัวดำเนินคดี ข้อหาลักลอบเข้าราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย ก่อนผลักดันกลับประเทศ จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ยังจับกุมหญิงชาวเมียนมา พร้อมกับลูกชายอายุ 14 ปี และ 4 ขวบ ที่ลักลอบเข้ามา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ากลัวติดโรค จึงต้องการมาอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปตรวจเชื้อและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน