ห้องข่าวภาคเที่ยง

ออกคำสั่งรถตู้ขนสินค้าเมียนมาต้องสับเปลี่ยนคนขับ จ.เชียงราย

จากกรณีที่ทางการเมียนมาขู่จะปิดประตูพรมแดน สั่งห้ามรถตู้ขนส่งสินค้าจากฝั่งไทยเข้าพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ผ่านประตูพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อโต้ตอบ หากทางการไทยไม่อนุญาตให้รถตู้ขนส่งสินค้าของประเทศเมียนมาเข้าพื้นที่และไม่ยินดีจะปฏิบัติตามมาตรการคัดกรองของคณะกรรมควบคุมโรคที่กำหนดไว้ คือต้องขนถ่ายสินค้าและจอดในพื้นที่ที่กำหนด เพราะติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีทีท่าว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจการค้า

ล่าสุด นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ออกคำสั่งฉบับที่ 22 ให้รถตู้ขนส่งสินค้าจากเมียนมาเข้ามารับสินค้าพื้นที่ได้ เป็นเวลา 1 วัน และจำกัดจำนวนรถไม่ให้เกิน 168 คัน และอนุญาตให้มีคนขับและคนติดตาม มากับรถไม่เกิน 1 คน เมื่อขับมาถึงด่านพรมแดนฝั่งไทย ให้มีการเปลี่ยนคนขับ เป็นคนไทย หรือคนเมียนมาที่พักอาศัยในประเทศ และไม่เคยกลับประเทศเมียนมา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค จากนั้นให้ขับเข้ามารับสินค้าตามจุดที่แจ้งไว้ ส่วนคนขับเดิมให้พักรออยู่ที่จุดคอยบริเวณด่านพรมแดน โดยกำหนดจุดและมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด และให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย ร่วมคัดกรอง ทำความสะอาดยานพาหนะ ที่เดินทางจากเมียนมาอย่างเข้มงวด ให้มีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ย.) หากพบผู้ใดฝ่าฝืน คนขับจะต้องถูกดำเนินคดี จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดจะช่วยสร้างความพอใจให้กับทางการเมียนมา หรือกลุ่มผู้ประกอบค้าระหว่าง 2 ประเทศหรือไม่ เนื่องจากปกติ ในแต่ละวัน จะมีรถตู้ขนส่งสินค้าเข้า-ออกพื้นที่ไม่ต่ำกว่าวันละ 400 เที่ยว หรือ 200 คันต่อวัน