ห้องข่าวภาคเที่ยง

ส่งฟ้อง 15 แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก

ผู้ต้องหา 15 คน ซึ่งเป็นแกนนำแนวร่วมเยาวชนปลดแอก หรือเป็นผู้ที่ร่วมการปราศรัยในวันที่ 18 กรกฎาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทยอยเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี ศาลแขวง 3 ตามนัดหมายพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อฟังการพิจารณาสั่งคดี ว่าจะมีความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจแจ้งข้อหาหลัก 5 ข้อหา คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.ความสะอาด, พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ขณะที่บางคนอาจถูกแจ้งข้อหาอื่นด้วย เช่น ความผิดที่เกี่ยวกับการเรี่ยไรเงิน รวมสูงสุด 7 ข้อหา ซึ่งมองว่าการดำเนินคดีดังกล่าว เป็นความพยายามต้องการหยุดผู้ชุมนุมไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว ทั้งที่การออกมาเรียกร้องเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนสามารถทำได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาทางฝั่งรัฐไม่มีความชัดเจนว่าขอบเขตการชุมนุมประชาชนสามารถทำอะไรได้บ้าง หากมีการชี้แจงที่ชัดเจนก็เชื่อว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะปฏิบัติตามไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

ส่วนการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ ยอมรับว่าไม่ทราบรายละเอียดว่าจะมีการชุมนุมอย่างไร มีการจัดกิจกรรมแบบไหนบ้าง แต่ยืนยันว่าตนและกลุ่มเพื่อนทั้งหมดจะไปร่วมการชุมนุมแน่นอน

ขณะที่ พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงมาตรการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินกลุ่มผู้ชุมนุมได้ว่าจะมีมากน้อยเพียงใด จึงยังไม่สามารถวางกำลังตำรวจได้ อีกทั้งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยืนยันว่าจะไม่ให้ใช้สถานที่จัดการชุมนุม แต่ก็ยืนยันว่าตำรวจมีแผนในการดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว โดยจะมีการตั้งจุดตรวจอาวุธและจุดตรวจควบคุมโรค 4 จุดรอบมหาวิทยาลัย แต่จะวางไว้ที่ใดบ้างยังบอกไม่ได้ ส่วนการจราจรก็จะมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางห้ามผ่านและเส้นทางเลี่ยง โดยจะมีการจัดทำแผนผังประชาสัมพันธ์ก่อนการชุมนุม