เจาะประเด็นข่าวค่ำ

แจ้ง 2 ข้อหา-สั่งฟ้อง สาวหัวร้อนกระชากผมคู่กรณี ไกล่เกลี่ยนานเป็นชั่วโมงไม่มีขอโทษ

เป็นภาพนาทีที่หญิงสวมกระโปรงสีขาวกำลังเดินขึ้นบันไดเลื่อน จู่ๆ มีหญิงสวมกระโปรงสีเทา เข้ามากระชากผมอย่างแรง ท่ามกลางสายตาผู้ที่เดินผ่านไปมาจำนวนมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณบันไดเลื่อนเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

คลิปวิดีโอดังกล่าวหญิงผู้เสียหายได้นำมาโพสต์เผยแพร่บนโลกออนไลน์ พร้อมระบุข้อความทำนองเตือนผู้ที่โดยสารรถตู้ประจำทางเป็นประจำ ระบุปมเหตุเกิดจากเธอขึ้นรถตู้จากฟิวเจอร์พาร์ครังสิตมาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมีเรื่องกระทบกระทั่งกับหญิงคนหนึ่ง เนื่องจากเธอนำกระเป๋าวางจองที่นั่งบริเวณข้างประตู แต่สุดท้ายเธอยอมเข้าไปนั่งด้านในสุดของรถเพื่อจบปัญหา

แต่หญิงคู่กรณียังต่อว่าเธอบนรถหลายครั้ง เมื่อลงจากรถหญิงคู่กรณียังเดินตามต่อว่า ซึ่งเธอพยายามเดินหนี และโทรศัพท์หาเพื่อน จนมาถึงบันไดเลื่อน หญิงคู่กรณีได้เข้ามากระชากผมเธอและด่าทออย่างรุนแรง ซึ่งเธอพยายามออกห่าง และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเหตุการณ์เอาไว้ จนคู่กรณีเดินแยกขึ้นบันไดเลื่อนไป ซึ่งคู่กรณียังหันกลับมาชี้หน้าข่มขู่อีก พอเห็นว่าปลอดภัยเธอรวบรวมสติโทรหาแฟน และเข้าไปสอบถามหาภาพกล้องวงจรปิด เพื่อนำคลิปไปแจ้งความกับตำรวจ

หลังคลิปถูกนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ในลักษณะต่อว่าการกระทำดังกล่าว

ล่าสุด พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท ขณะนี้ตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าวได้แล้ว อยู่ระหว่างสอบสวน หลังสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้เสียหายอย่างละเอียดแล้วจะแจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวันนี้ (16 ก.ย.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องศาล

ด้าน พันตำรวจโทพนม เชื้อทอง รองผู้กำกับการสอบสวน สน.พญาไท เปิดเผยว่า วันนี้ (16 ก.ย.) ได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวส่งฟ้องต่อศาล และให้ผู้เสียหายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม และเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ต้องหา

การสอบปากคำและเจรจาไกล่เกลี่ยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังสอบสวนเสร็จผู้ต้องหาได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างออกไปทันที ขณะที่ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ และยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

มีรายงานว่าคดีนี้ชุดสืบสวน สน.พญาไท หลังรับแจ้งเหตุได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดดังกล่าวและเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุเดินทางจนพบตัวผู้ก่อเหตุ และเข้าเชิญตัวมาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในคลิปจริง สาเหตุเนื่องจากโมโห ที่คู่กรณีนั่งที่นั่งซึ่งควรเป็นสิทธิของเธอ ก่อนจะมีปากเสียงกันและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ขอบคุณภาพ Facebook : KaemBum Nongudom