สนามข่าว 7 สี

คนร้ายขโมยรถแท็กซี่ ขับหนีข้ามจังหวัด สุดท้ายถูกจับ พบเคยรักษาอาการป่วยจิตเวช

คนร้ายที่ก่อเหตุชิงรถแท็กซี่จากพื้นที่ สภ.บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วขับหลบหนีไปไกลถึงเขตจังหวัดชลบุรี สุดท้ายจนมุม ตำรวจตรวจสอบไล่ตามไปรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด

กรณีที่ช่วงสายของเมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) นายสมบัติ โตแสวง อายุ 49 ปี คนขับรถแท็กซี่ ได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าคนร้ายเป็นชายวัยกลางคนได้เรียกโดยสารมาจากเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยให้ไปส่งที่จังหวัดชลบุรี แต่ระหว่างทาง นายสมบัติ คนขับรถแท็กซี่เกิดปวดท้องกะทันหัน จึงขับรถเข้าไปจอด ขณะเกิดเหตุคนขับสตาร์ตเครื่องทิ้งไว้แล้วลงไปเข้าห้องน้ำ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสาย 304 อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยที่ขณะนั้น นายสมบัติ ไม่เฉลี่ยวใจสักนิดว่าคนร้ายกำลังจ้องจะขโมยรถของเขา พอกลับออกมาไม่เห็นรถ เขาพยายามเดินตามหาจนทั่วปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ แต่ไม่เจอ

กระทั่งได้พบกับพลเมืองดีคนหนึ่งเข้ามาสอบถามเรื่องราว ถึงรู้ว่ารถแท็กซี่ของนายสมบัติ ถูกคนร้ายขโมยไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พลเมืองดีคนนี้ขับรถเข้ามาในปั๊มน้ำมันดังกล่าว โดยกล้องที่ติดตั้งหน้ารถสามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายขับรถออกไปจากปั๊มไว้ได้ จึงมอบไฟล์ภาพดังกล่าวให้ นายสมบัติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแจ้งความให้ตำรวจมาตรวจสอบ

ต่อมาตำรวจ สภ.บางคล้า ได้ประสานข้อมูลไปยังตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อตั้งด่านตรวจ-สกัดรถแท็กซี่คันที่คนร้ายขโมยไป ควบคู่ไปกับการตรวจสอบพิกัด GPS ที่ติดอยู่กับรถ จนทราบตำแหน่งว่ารถคันกล่าวถูกจอดอยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี จึงประสานตำรวจ สภ.บ่อทอง ให้ช่วยติดตาม โดยไปพบรถจอดอยู่บริเวณป่าอ้อย ใกล้บ้านญาติของคนร้าย และสืบสวนทราบว่าคนร้ายเป็นชายอายุ 41 ปี กำลังจะขึ้นรถโดยสารหลบหนีไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง จึงตามไปรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ก่อนประสานให้ตำรวจ สภ.บางคล้า มารับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี

เมื่อนำตัวชายอายุ 41 ปี มาเค้นสอบ เขาให้การรับสารภาพว่า ทำทีว่าจ้างรถแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้านญาติในพื้นที่อำเภอบ่อทองจริง โดยอาศัยจังหวะที่คนขับรถแท็กซี่จอดรถแวะเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน จากนั้นเขาลงรถเดินไปนั่งฝั่งคนขับแล้วเร่งเครื่องขับหลบหนีออกมา ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะพิจารณาแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากตรวจสอบประวัติของชายอายุ 41 ปี พบว่าเคยถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาอาการป่วยจิตเวชที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วย