รอบรั้วรอบโลก

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาแฮกเกอร์จีน-มาเลเซีย รวม 7 คน

ทางการสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาชาวจีน และชาวมาเลเซีย รวม 7 คน ในข้อหาลักลอบจารกรรมข้อมูลทั้งในสหรัฐฯ และฮ่องกง กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อหาชาวจีน 5 คน และชาวมาเลเซีย อีก 2 คน ในข้อหาจารกรรมข้อมูลกว่า 100 แห่งทั้งในสหรัฐฯ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยเป้าหมายจารกรรมข้อมูลของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ มีทั้งบริษัทโทรคมนาคมสื่อสาร, มหาวิทยาลัย, กลุ่มนักคิด รวมถึงนักการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยในฮ่องกง

โดยทางการมาเลเซีย ได้จับกุมชาวมาเลเซียทั้ง 2 คน ที่ถูกทางการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวจีน ที่ถูกตั้งข้อหา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่จีน โดยหนึ่งในชาวจีนที่ถูกตั้งข้อหา อ้างว่า เขาปฏิบัติภารกิจ และได้รับการคุ้มครองจากกระทรวงความมั่นคงของจีนด้วย

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ชาวจีนทั้ง 5 คน มีพฤติกรรมฟอกเงิน รวมทั้งจารกรรมข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ภายใต้ปฏิบัติการที่เรียกว่า เอพีที 41 ซึ่งเป็นภารกิจการล้วงข้อมูลข่าวสารของทางการจีน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เขายัังคงไม่พอใจ หากแอปพลิเคชัน ติ๊กต๊อก (TikTok) ยังคงมีบริษัท ไบต์แดนซ์ (ByteDance) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพราะเขาต้องการให้ขายกิจการ ติ๊กต๊อก ทั้งหมดให้กับบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ เพื่อลดความกังวลว่า จีน อาจใช้ติ๊กต๊อก เพื่อแอบแฝงในการจารกรรมข้อมูลของสหรัฐฯ ด้วย

โดยในวันนี้ ทีมงานของผู้นำสหรัฐฯ จะรายงานถึงรายละเอียดสัญญาการเป็นพันธมิตรของไบต์แดนซ์ กับบริษัท ออราเคิล ในการให้บริการแอปพลิเคชัน ติ๊กต๊อก ในสหรัฐฯ ต่อประธานาธิบดี ทรัมป์ ขณะที่ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณารายละเอียดของสัญญาระหว่างไบต์แดนซ์ กับออราเคิล ด้วย