7HD ร้อนออนไลน์

เมียนมาหนัก!! เชื้อไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิตในวันเดียว 20 คน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเมียนมายังน่าวิตกอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 222 คน และเสียชีวิตเพิ่มอีก 20 คน ทำให้เมียนมามียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,043 คน เสียชีวิต 60 คน และรักษาหายแล้ว 944 คน

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมา รายงานว่านครย่างกุ้ของเมียนมาเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด เพราะมีผู้ติดเชื้อโควิดมากที่สุดกว่า 2,000 กว่า ตามมาด้วยรัฐยะไข่กว่า 780 คน ส่วนรัฐกะยาห์ ยังคงเป็นรัฐเดียวในเมียนมา ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดแม้แต่รายเดียว นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตรายล่าสุด 2 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 13 ปี และชายหนุ่มอายุ 24 ปี เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เสียชีวิตจากโควิดส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัวอยู่แล้วก่อนที่จะติดเชื้อโควิด

นายอู ธัน แนง โซ โฆษกของกระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมา กล่าวถึงการที่เมียนมาเริ่มพบผู้เสียชีวิตเป็นคนอายุน้อยว่า ในยุโรปก็เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่โควิดกำลังกลับมาระบาดใหม่เป็นรอบที่ 2 ในยุโรป เช่นเดียวกับเมียนมา และพบว่ามีคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี เสียชีวิตจากโควิดด้วย กระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมา ยังเตือนด้วยว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดในเมียนมาขณะนี้ มีอัตราการติดเชื้อที่รวดเร็วมากขึ้นและรุนแรง เกิดจากการกลายพันธุ์ของโปรตีนที่เปลือกชั้นนอกของเชื้อไวรัส ซึ่งจะทำให้มีอัตรการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและยอดผู้เสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

สำหรับเมียนมาเกิดการระบาดของโควิด-19  ในรอบแรกพบผู้ติดเชื้อ 2 รายแรกของประเทศเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา และพบผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2563 ส่วนการระบาดรอบที่ 2 เริ่มขึ้นวันที่ 16 ส.ค. 2563 พบผู้ติดเชื้อรายแรกในเมืองสิตตะเว รัฐยะไข่ โดยไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้ จากนั้นการระบาดของโรคโควิดก็ลามไปยังนครย่างกุ้งและกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของเมียนมา โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10 เท่า

ขณะที่ทางด้านชายแดนประเทศไทยต้องคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพราะหวั่นกกรงว่าจะมีชาวเมียนมาอพยพเข้ามาในประเทศไทย ทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย กลับมาอีกระลอก ดังนั้นหน่วยงานความมั่นคงได้เฝ้าระวังแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการทะลักของแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย