สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

พายุโซนร้อนโนอึล กระทบทั่วไทย พบมีชาวบ้านเสียชีวิต 1 คน

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่แรกที่ถูกพายุโซนร้อนโนอึล พัดผ่าน ก่อนจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง โดยที่จังหวัดมหาสารคาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังพายุพัดผ่าน โดยจากการสำรวจเบื้องต้น พบมีพื้นที่ 6 อำเภอได้รับผลกระทบ บ้านเรือนเสียหาย กว่า 200 หลัง หนักที่สุด คือ ที่ตำบลหนองไฮ และตำบลหนองพุก อำเภอวาปีปทุม ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางพายุโซนร้อนโนอึล พัดผ่าน ในช่วงเวลา 3 ทุ่ม ของคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีทั้งบ้านเรือนชาวบ้าน หลังคาบ้าน ถูกลมพัดปลิวหายไปทั้งหมด และยังมีโกดังโรงสี ที่ล้มพังลงมาทั้งหลัง

เจ้าของโรงสี ที่ได้รับความเสียหาย เล่าว่า คืนที่พายุเข้า มีทั้งฝนตก และลมกระโชกแรง จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ดับ เมื่อออกมาดูก็พบว่า โกดังโรงสีล้มพังลงมา และยังพัดไปกระแทกกับหลังคาบ้านเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท

นอกจากนี้ ที่โรงเรียนบ้านหนองคูม่วง ยังมีต้นไม้ใหญ่โค่นล้ม ลมพายุพัดจนอาคารเรียนเสียหายทั้งหลัง และยังมีเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายต้น ระหว่างเส้นทางบ้านหนองพุก ไปบ้านคู่ม่วง จนไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เร่งซ่อมแซมเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ในบางส่วนได้แล้ว

ส่วนที่อำเภอนาเชือก มีรายงานว่า นอกจากมีบ้านเรือน ยุ้งฉาง และคอกสัตว์ ได้รับความเสียหายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนอีกด้วย  ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ให้ทุกอำเภอเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ทาง อบต.เข้าช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเฉพาะการจัดที่อยู่อาศัยชั่วคราว ให้กับประชาชนที่บ้านเรือนพังเสียหาย ขณะที่ในพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกโปรยปรายลงมาเป็นระยะ  

อีกจุดหนึ่ง ที่เป็นศูนย์กลางพายุ ในช่วงที่ยังเป็นพายุโซนร้อน ก็คือ ที่จังหวัดขอนแก่น สถานการณ์เมื่อวานนี้ ที่อำเภอบ้านไผ่ หลังฝนตกหนักมาตลอดคืน ทำให้ระดับน้ำในลำห้วยจิกเพิ่มสูงขึ้น จนเอ่อท้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซนติเมตร การสัญจรในชุมชนเริ่มลำบาก แต่ชาวบ้านบางส่วนยังคงมั่นใจว่าระดับน้ำจะไม่สูงไปกว่านี้ จึงยังไม่ได้ออกไปอยู่ในศูนย์พักพิง ขณะเดียวกันได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 2 คน ไปพักที่โรงพยาบาลบ้านไผ่แห่งใหม่ เพื่อความปลอดภัย

แต่เมื่อช่วงหัวค่ำคืนที่ผ่านมา เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ให้ชาวบ้านที่อยู่ติดกับลำห้วยจิก นำสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพราะมีมวลน้ำจำนวนมาก ไหลผ่านตำบลบ้านลาน ลงสู่ลำห้วยจิก จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อเข้าท่วมซ้ำได้อีก

ขณะที่ทางนายอำเภอบ้านไผ่ กำชับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  ให้คอยดูว่าหากจุดใดน้ำท่วมสูงมาก ต้องเข้าไปตัดไฟทันที แต่จะตัดไฟเป็นโซน เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม พร้อมกันนี้ ได้ให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือไว้ที่วัดจันทรประสิทธิ์  เตรียมการสำหรับในกรณีที่ต้องใช้เรือในการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่

แต่ผลดีที่เกิดขึ้น ก็คือ มีน้ำไปช่วยเติมเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางเพิ่มขึ้น โดยที่จังหวัดนครราชสีมา เพียงแค่ฝนตกหนักคืนเดียว ได้น้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำมูลบน และเขื่อนลำแซะ รวม 11 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนขนาดกลางอีก 23 แห่ง ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อน รวมไปถึงแก้มลิงและสระน้ำชุมชน ต่อเนื่องหลังจากนี้อีกไปอีก 4-5 วัน ซึ่งจะส่งผลดี ทำให้มีน้ำใช้ไปจนถึงฤดูแล้งปีหน้า

ผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนถึงช่วงเช้าวานนี้ (19 ก.ย.) ทำให้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้าน ในอำเภอบึงสามพัน อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ โดยเฉพาะที่บ้านใหม่สุขเจริญ ตำบลวังพิกุล น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน เดือดร้อนหนัก เพราะขนของออกมาไม่ทัน และยังมีนาข้าวอีกหลายพันไร่ที่จมอยู่ใต้น้ำ 

ขณะที่ถนนทางหลวงสายสระบุรี-หล่มสัก และสายซับสมอทอด-วังพิกุล ถูกน้ำหลากท่วมสูงเป็นช่วงๆ ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร จนกระทั่งในช่วงบ่ายระดับน้ำได้ลดลงจนเปิดการสัญจรได้ตามปกติ แต่ยังมีบางหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ยังคงมีน้ำท่วมสูง

ส่วนที่ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี พร้อมหน่วยกู้ชีพ และอาสาสมัครกู้ภัย ไปตรวจสอบเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุบริเวณริมสระน้ำท้ายหมู่บ้าน พบศพ นายสามารถ น้อมสันเทียะ อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายสามารถ ได้ว่ายน้ำลงไปเก็บเครื่องสูบน้ำที่จมอยู่ใต้น้ำ แต่ระหว่างว่ายกลับเข้าฝั่ง กลับหมดแรงและจมหายไป ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ รีบพากันลงไปช่วยขึ้นมา และช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

ภาคตะวันออก ที่จังหวัดตราด อิทธิพลของพายุโนอึล ทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลทำให้มีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเขาบรรทัดลงสู่คลองด้านล่าง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองคอแล สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

นายอำเภอบ่อไร่ สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และติดกับคลองดังกล่าวให้เตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง

ส่วนที่อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ติดชายทะเลก็ประสบกับปัญหาคลื่นลมแรง ฃ เรือประมงหลายลำต้องแล่นกลับฝั่งเข้าจอดที่ท่าเทียบเรือ และยังออกทำการประมงไม่ได้เนื่องจากคลื่นลมกลางทะเลสูงมากถึง 5 เมตร

ที่จังหวัดระนอง น้ำทะเลหนุนสูง และมีคลื่นพัดเข้าฝั่งอย่างรุนแรง ทำให้บ้านชาวประมงที่ปลูกบ้านริมฝั่งใน ซอยท่าโพธิ์ อำเภอเมืองระนอง พังเกือบทั้งหลัง ขณะที่บ้านบางหลังถูกคลื่นพัดพื้นบ้านแตกเสียหาย และพื้นห้องน้ำยุบใช้งานไม่ได้ โดยหลังเกิดเหตุรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง พร้อมจิตอาสา นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อบรรเทาให้ความช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแล้ว สั่งทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป