สนามข่าว 7 สี

ข้อหาที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม อาจถูกดำเนินคดี

การชุมนุมใหญ่เมื่อวานนี้ หากไล่ดูพฤติการณ์ของแกนนำ และกลุ่มผู้ชุมนุม พบว่าอาจเข้าความผิดตามกฎหมาย หรือพระราชบัญญัติหลายฉบับ ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจอาจมีการเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาได้ ซำ้รอยการชุมนุมหลายครั้งก่อนหน้านี้

เริ่มจาก พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่อาจเข้าข่ายความผิดใน พ.ร.บ.นี้ หลายข้อหาแล้ว ทั้งการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตภายใน 24 ชั่วโมง ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบ ชุมนุมในระยะไม่เกิน หรือเกิน 150 เมตร จากเขตห้ามชุมนุม เช่น ทำเนียบรัฐบาล หรือเขตพระราชฐาน ซึ่งโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท

กฎหมายต่อมา คือ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ในข้อหากระทําการหรือดําเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับ แต่ไม่มีโทษหนักถึงจำคุก มีเพียงโทษปรับ คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันเป็นการกีดขวางการจราจรปรับไม่เกิน 1,000 บาท

พระราชบัญญัติเครื่องขยายเสียง ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนให้ปรับไม่เกิน 200 บาท

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทิ้งสิ่งปฏิกูลมูลฝอย กระทำการให้เสียหายแก่ต้นไม้ในที่สาธารณะ โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

แต่กฎหมายที่มีบทลงโทษหนัก คือ กฎหมายอาญา มาตรา 116 ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ซึ่งหากมีพยานหลักฐานเพียงพอ อาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ข้อหาหนักอีกอย่าง คือ บุกรุกสถานที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่จากพฤติการณ์ปักหมุดที่สนามหลวง ตำรวจบอกว่า ข้อหานี้หนักที่สุด เพราะจะไปเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ข้อหาบุกรุกโบราณสถาน หรือทําให้เสียหาย ทําลาย เสื่อมค่า มีโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และจะหนักขึ้นถ้าโบราณสถานแห่งนั้นได้ขึ้นทะเบียนแล้ว โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการในชั้นศาล