ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดสงขลา

เวลา 09.57 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ พื้นที่ส่วนขยาย ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทรงเปิดอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ จังหวัดสงขลา ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการที่อาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐานในการประกอบธุรกิจ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่ภาคเอกชน และผลักดันให้นำทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยและพัฒนาในภาครัฐ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน 2562

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานเด่นด้านการเกษตร ยางพารา, ด้านพลังงาน และผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคม อาทิ เทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่, ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 และถุงเพาะชำจากยางพารา โดยประกอบด้วยพื้นที่ให้บริการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาแก่ภาคเอกชน, บริการห้องปฏิบัติการและเครื่องมือสำหรับการวิจัยและพัฒนา, บริการวิเคราะห์ ทดสอบและรับรองมาตรฐาน, บริการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดตั้งและเร่งการเติบโตของธุรกิจฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเป็นที่ตั้งของศูนย์ออกแบบนวัตกรรม สำนักงานความร่วมมืออุตสาหกรรม ศูนย์ประสานงานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีห้องประชุม และพื้นที่พัฒนานวัตกรรม จึงเป็นนิคมวิจัยที่ให้บริการอย่างครบวงจร

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำคณะข้าราชการระดับสูง เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลลา เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ

เวลา 13.11 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา เรือนจำกลางสงขลา อำเภอเมือง ซึ่งได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Art Library เพื่อให้ผู้ต้องขังซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังโทษสูง ที่ผ่านการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพได้แสดงความสามารถด้านงานช่างตั้งแต่ก่อสร้างอาคาร ออกแบบวัสดุ ครุภัณฑ์ รวมถึงงานเทคนิคห้องสมุด ในการนี้ พระราชทานหนังสือ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้อ่านหนังสือที่หลากหลาย โดยมีสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ และหน่วยงานต่าง ๆ​ ไปอบรมการจัดหมวดหมู่หนังสือ สนับสนุน​หนังสือ​​ และหนังสืออิเล็กทรอนิคส์ ปัจจุบันมีหนังสือกว่า 12,000 เล่ม โดยที่นิยมอ่าน คือ นวนิยายจีน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเขียนคำปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี, สมุดบันทึกยอดนักอ่าน เพื่อบันทึกสิ่งที่ได้จากการอ่าน ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจ และมุมซ่อมหนังสือ ด้วยการเข้าเล่มแบบเย็บกี่ ใช้ผ้าพื้นเมืองทำปก

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนให้ผู้ต้องขัง อาทิ ห้องเรียนสายสามัญระดับผู้ไม่รู้หนังสือ ส่วนมากเป็นผู้ต้องขังจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวไทยภูเขา และชาวต่างชาติ รวม 90 คน ด้วยการใช้เพลง การแจกรูปตัวสะกด และบัตรคำ เพื่อให้สื่อสารได้, ส่วนโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามแนวพระราชดำริ สอนอินโฟกราฟิกด้วยโปรแกรมพาวเวอร์ พ้อยท์ เพื่อนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดรับผู้ต้องขังเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ใน 9 สาขาวิชา พร้อมจัดสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทั้งสื่อหลักชุดวิชา และสื่อเสริมต่าง ๆ มีผู้ต้องขังเข้าศึกษา 71 คน, ห้องเรียนบาลีศึกษา และอิสลามศึกษา เพื่อพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังตามหลักศาสนา ให้เกิดคุณธรรมในใจ ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ, การฝึกอาชีพตามวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ งานแกะสลักไม้, การวาดภาพเหมือน, การทำเบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ

เวลา 14.37 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทัณฑสถานหญิงสงขลา อำเภอเมือง ทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา ซึ่งเป็นห้องสมุดเฉพาะกึ่งห้องสมุดประชาชน ให้บริการสื่อทรัพยากรสารสนเทศแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง เพื่อให้ผ่อนคลายและมีโอกาสสัมผัสกับโลกภายนอก ผ่านข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ผ่านสื่อต่าง ๆ จัดเก็บและให้บริการสื่อทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด อย่างเป็นหมวดหมู่ เช่น มุมบริการสืบค้นและยืมคืน, มุมซ่อมหนังสือ, มุมบริการสืบค้นสารสนเทศสื่อวีดิทัศน์ และมุมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้บริการหนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสือพระราชทาน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมการฝึกอาชีพ ศิลปหัตถกรรม และสิ่งทอ ที่เป็นเอกลักษณ์ของทัณฑสถานหญิงสงขลาให้กับผู้ต้องขัง ภายใต้แนวคิด “สืบศิลป์ ทอสาย สานอาชีพ” เช่น ศิลปะบำบัด การใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือให้ผู้ต้องขังได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ มีผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ครั้งที่ 26 ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป สังกัดกรมราชทัณฑ์, การทำผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม การปักเลื่อมผ้าถุงปาเต๊ะ และการทอผ้าพื้นเมืองเกาะยอสงขลา, การทำขนมไทย, ดนตรีบำบัด ทั้งดนตรีไทย และดนตรีสากล เพื่อกล่อมเกลาจิตใจผู้ต้องขัง พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีพฤติกรรมที่ดี ผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ในเพจ “ชวนชมสมิหรา”

เวลา 15.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา อำเภอเมือง ทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้ต้องขัง และสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ด้านการแก้ปัญหาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เป็นสถานที่ผ่อนคลายความตึงเครียด ให้ผู้ต้องขังมีโอกาสสัมผัสกับโลกภายนอก รับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ในการนี้ พระราชทานหนังสือแก่ห้องสมุดพร้อมปัญญา ภายในห้องสมุดฯ จัดเป็นมุมต่าง ๆ อาทิ มุมสารสนเทศ, มุมหนังสือพระราชนิพนธ์, หนังสืออ้างอิง, หนังสือทั่วไป, นวนิยาย, วารสารและนิตยสาร

นอกจากนี้ ยังฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขหลังพ้นโทษ มีงานมีอาชีพ อาทิ การทำของชำร่วย, ขนมและอาหารไทย, ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า, งานสานหวาย, แกะสลักไม้ และเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกข้าวปลอดสารพิษในพื้นที่จำกัด, ทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร และไข่เค็มสมุนไพร

รวมทั้งมีโครงการเรือนจำเฉพาะทางประเภทกีฬาประจำภาคใต้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่อแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้มีระเบียบวินัย มีน้ำใจนักกีฬา โดยฝึกอบรม 5 ชนิดกีฬา คือ ฟุตบอล เซปักตะกร้อ มวยไทยและมวยสากลสมัครเล่น และปันจักสีลัต โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของกองลูกเสือวิวัฒน์เพื่อพลังแผ่นดินทรายขาว ชุด "ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์" การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังด้วยกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด