เช้านี้ที่หมอชิต

เผยกลโกงทุจริตบัตรทอง ทำประชาชนเดือดร้อนกว่า 8 แสนคน

เช้านี้ที่หมอชิต - สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยกเลิกคลินิกคู่สัญญา หลังพบมีการทุจริตสวมสิทธิบัตรทองเบิกค่ารักษาพยาบาลเกินจริง ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบ สิทธิว่าง ไม่มีสถานพยาบาลต้นสังกัด กว่า 800,000 คน ขณะที่ สปสช.เร่งแก้ปัญหาให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้ารักษาโรงพยาบาลใดก็ได้ในสังกัด จนกว่าจะมีสถานพยาบาลทดแทน

จากกรณี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ตรวจสอบพบว่ามีคลินิกหรือสถานพยาบาลคู่สัญญาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งหมด 82 แห่ง มีการทุจริตสวมสิทธิบัตรทองของประชาชน เบิกค่ารักษาพยาบาลเกินจริง จึงประกาศยกเลิกสัญญา มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา

ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบสิทธิว่างทันทีกว่า 800,000 คน ซึ่ง สปสช.ได้ให้ผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนเลือกสถานพยาบาลแห่งใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ หรือไปลงทะเบียนที่สำนักเขต

แต่เนื่องจากผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ใช้เทคโนโลยีไม่เป็น และมีผู้ป่วยที่ต้องทำการรักษาต่อเนื่อง จึงกังวลว่าจะไม่มีสถานพยาบาลรองรับ อาจกระทบต่ออาการป่วย และกังวลเรื่องค่าใช่จ่าย จึงแห่กันเดินทางไปสำนักงานเขตเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ด้าน รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยืนยันว่า ประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในสถานพยาบาลที่ถูกยกเลิกสัญญา ยังคงมีสิทธิบัตรทองเหมือนเดิม ล่าสุดได้ประสานโรงพยาบาลและคลินิกในสังกัด ให้ผู้ป่วยสามารถใช้บริการได้ทุกแห่ง ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวน ไม่ต้องมาลงทะเบียนที่สำนักงานเขต และสามารถดึงข้อมูลประวัติการรักษาจากฐานข้อมูลของ สปสช. ได้ทันที โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องไปขอประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลเดิม จนกว่าจะมีสถานพยาบาลใหม่รองรับ

รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยการทุจริตของสถานพยาบาลคู่สัญญา พบว่ามีการสวมสิทธิบัตรทองของประชาชน เพื่อเรียกเก็บเงินจาก สปสช. เบื้องต้นพบว่าสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท และยังพบว่ามีสถานพยาบาลอีก 106 แห่ง มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตในลักษณะเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขณะนี้ สปสช.อยู่ระหว่างหาสถานพยาบาลแห่งใหม่ทดแทน คาดว่าไม่เกิน 3 เดือน จึงจะได้ข้อสรุป จากนั้นจะส่งรายชื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้เลือกสถานพยาบาลแห่งใหม่อีกครั้ง