สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ยังไม่ชัด เรียกชุมนุม 7 วัน 7 คืน

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ "ไมค์ ระยอง" แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ได้ประกาศเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมปักหลักพักค้างเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน หลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีการลงมติตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จนทำให้กระบวนการลงมติในวาระรับหลักการต้องเลื่อนออกไป

พลตำรวจตรีสมประสงค์ เย็นท้วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยอมรับว่ายังไม่ได้รับการประสานคำสั่งให้เตรียมดูแลเรื่องการชุมนุมตามกระแสข่าว ซึ่งหากจะมีการนัดชุมนุมจริงก็ต้องจัดกำลังตำรวจไปดูแลความเรียบร้อยให้เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาก็สั่งการให้ตำรวจอดทนอดกลั้น ทำหน้าที่รักษาความสงบเป็นหลัก ส่วนการชักชวนประชาชนไปพักค้างแรมแม้ว่าจะอ้างเรื่องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การแสดงออกก็ต้องไม่ผิดหลักกฎหมาย ที่สำคัญต้องดูแลควบคุมผู้ชุมนุมให้ได้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดการกระทำความผิดกฎหมายขึ้น แกนนำผู้ชุมนุมในฐานะผู้รับผิดชอบก็ต้องถูกดำเนินคดีแทน

ขณะที่ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าในวันจันทร์นี้จะไปวางหมุดคณะราษฎรใหม่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าก่อนจะโพสต์อีกข้อความว่ามีตำรวจมาเจรจาขอให้ยกเลิกการทำกิจกรรมดังกล่าวเนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เรื่องนี้มีรายงานข่าวว่าตำรวจนครบาล 4 ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.ลาดพร้าว เข้าไปเจรจาจริงเนื่องจากบริเวณที่ประกาศว่าจะไปทำกิจกรรมนั้นอยู่ในพื้นที่เขตพระราชฐาน ไม่อนุญาตให้มีการจัดกิจกรรม จึงต้องไปขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมดังกล่าว

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ 5 บัญชี ที่เผยแพร่ส่งต่อข้อความในลักษณะหมิ่นสถาบันและขอให้ดำเนินคดีกับบริษัทผู้ให้บริการเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการ ปอท. เปิดเผยว่าทั้ง 2 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียทั้ง 5 บัญชี ต้องรอผลการตรวจสอบเนื้อหาที่โพสต์ข้อความก่อนว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ รวมถึงต้องสอบสวนพยานอื่น เช่น ความเห็นจากนักวิชาการ ก็คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะชัดเจนเรื่องการออกหมายเรียก ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของ 2 ใน 5 บัญชี คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอีก 1 บัญชี เป็นของแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง

ส่วนเรื่องการปิดบัญชีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนัน , เว็บเผยแพร่คลิปลามกอนาจาร ที่ผ่านมา ปอท. มีการประสานกับกระทรวงดิจิทัลฯ ส่งข้อมูลให้ดำเนินการปิดเว็บไซต์เหล่านี้ไปกว่า 1,500-2,000 เว็บไซต์ ยอมรับว่าการปราบปรามให้เด็ดขาดเป็นเรื่องยาก เพราะเว็บไซต์เหล่านี้มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ จึงทำได้เพียงการปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงควบคู่ไปกับการสืบสวนจับกุมผู้ให้บริการในไทย ซึ่งผู้กระทำผิดก็มักใช้วิธีการเปลี่ยนชื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมดำเนินคดี

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประชุมหารือกับตัวแทนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทย ในการปิดเว็บพนันออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตามคำสั่งศาลที่มีการดำเนินการไปแล้วบางส่วนและยังเหลืออีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ดำเนินการ เช่น ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก 436ลิงก์, ช่องทางทวิตเตอร์ 64 ลิงก์ ซึ่งตำรวจบอกว่าหากผู้ให้บริการไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษปรับโพสต์ละ 200,000 บาท และหากไม่ยอมดำเนินการจะมีการเพิ่มโทษปรับคิดเป็นรายวัน วันละ 5,000 บาทด้วย