สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ซ้ำซ้อนรอบ 3 ชิงทองห้างฯ โลตัส วังหิน

ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงทอง 200 บาท ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างโลตัสย่านวังหิน เบื้องต้นได้เบาะแสไปพอสมควรแล้ว ไปติดตามจากรายงาน

เมื่อวานนี้เกิดเหตุอุกอาจ เมื่อคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ผมยาว ใส่หมวกกันน็อกสีส้ม ใส่เสื้อสีขาว กางเกงขายาว และสวมหน้ากากอนามัย เดินถือปืนลูกโม่เข้าไปในห้างสรรพสินค้า โลตัส วังหิน และเข้าไปใช้ปืนข่มขู่พนักงานร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้าง ก่อนที่จะกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปกวาดเอาสร้อยทองรูปพรรณ 5 ถาด น้ำหนักรวมประมาณเกือบ 200 บาท มูลค่าเกือบ 6 ล้านบาท หลบหนีไป ใช้เวลาทั้งหมดแค่ 30 วินาทีเท่านั้น ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ทั้งหมด

โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงกระจกแตก ก่อนจะเห็นคนร้ายและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง วิ่งไล่กันออกมา แต่เห็นหน้าคนร้ายไม่ชัดเจน เพราะมีการใส่วิกผมยาวหยิก สวมหมวกกันน็อกทับ และใส่หน้ากากอนามัยอำพราง

เบื้องต้นพลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจ สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณร้านทองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีพยานหลักฐานบางอย่าง ทำให้สามารถระบุรูปพรรณและรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด รวมถึงเส้นทางหลบหนีได้ เพราะเป็นข้อมูลในสำนวน

นอกจากนี้ตำรวจยังสันนิษฐานว่า คนร้ายมีการดูลาดเลาก่อนลงมือชิงทรัพย์ โดยมีข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.30 น. มีชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากอนามัย ลักษณะคล้ายคนร้าย เข้ามาสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยว่า ร้านทองดังกล่าวเปิด-ปิดกี่โมง ซึ่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็บอกกับชายคนดังกล่าวว่า ร้านทองเปิด-ปิดตามเวลาห้าง หลังจากนั้นช่วงเวลาเปิดห้าง ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม เหตุจี้ชิงทองที่ห้างดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง แต่เป็นร้านทองคนละร้านกับครั้งนี้ โดย 2 ครั้งแรกเป็นร้านทองที่อยู่บริเวณลานจอดรถของห้าง เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ได้ทองไป 24 บาท และเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ได้ทองไปกว่า 100 บาท ทั้ง 2 ครั้งตำรวจติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ ก่อนจะมาเกิดเหตุขึ้นที่ร้านนี้ ซึ่งอยู่ภายในตัวห้างโลตัส และมีคนพลุกพล่านมากกว่า

ซึ่งเมื่อถามถึงเรื่องมาตรการป้องกันเหตุชิงทอง เพราะถือว่าเกิดขึ้นที่ห้างเดียวกันเป็นครั้งที่ 3 แล้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็บอกว่า ที่ผ่านมาได้เตือนผู้ประกอบการร้านทองมาโดยตลอด แต่ด้วยปัจจัยบางประการ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ได้

ทั้งนี้ หนึ่งในมาตรการป้องกันการถูกชิงทรัพย์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแนะนำผู้ประกอบการ คือ การย้ายธนาคารและร้านทองต่าง ๆ ไปอยู่บริเวณชั้น 2 ของห้าง และให้อยู่ห่างจากทางเข้าออกมากที่สุด เพื่อที่กรณีเกิดเหตุชิงทรัพย์แล้ว จะทำให้ยากต่อการหลบหนีของคนร้าย และมีโอกาสที่คนร้ายจะถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ แต่เราก็ยังคงเห็นร้านทองหลายแห่งที่ยังคงตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าออก และปราศจากกรงเหล็กป้องกัน