ประเด็นเด็ด 7 สี

ตร.ค้นห้องเก็บหลักฐานสำคัญ คนร้ายชิงทองกลางห้างหนัก 221 บาท

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจเร่งเก็บพยานและหลักฐานล่าตัวคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองหนัก 221 บาท กลางห้างย่าน ลาดพร้าว-วังหิน พบทิ้งรถไว้ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ล่าสุดตำรวจแกะรอยพบห้องเช่าของผู้ต้องหา จึงประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบแล้ว เตรียมนำข้อมูลเทียบแผนประทุษกรรมย้อนหลัง ติดตามจากรายงาน คุณไพจิตร ภานนท์

ภาพจากกล้องวงจรปิดร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว-วังหิน กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนใช้แกะรอยล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าไปใช้ปืนชิงทองคำน้ำหนัก 221 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท หลบหนีไป จากภาพจะเห็นคนร้ายแต่งกายมิดชิด สวมหมวกกันน็อก สวมเสื้อแขนยาว และถุงมือ เดินตรงเข้ามาและกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปในร้านทอง ก่อนจะใช้ปืนทุบตู้กระจกกวาดทองในถาด พร้อมกับแกว่งปืนไปมา ทำให้แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้ายังไม่กล้าเข้าไป เพราะถูกคนร้ายใช้ปืนขู่ โดยคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่นานก่อนจะหลบหนีไป พร้อมทองคำจำนวนมาก

จากรูปพรรณสัณฐานและการแต่งตัวของคนร้ายที่ปรากฎในภาพกล้องวงจรปิด พบว่ามีการพรางตัวเพื่อมาก่อเหตุ โดยสวมวิกผมยาว และถุงมือ ทำให้ยากต่อการเก็บหลักฐานของตำรวจ แต่เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้หลายมุม โดยเฉพาะรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ รวมถึงคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ

ตำรวจแกะรอยตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี กระทั่งไปพบว่าคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ย่านเสนานิคม 1 ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดวิกผม และรองเท้าทิ้ง จากนั้นเรียกแท็กซี่หลบหนีไปทางถนนลาดพร้าว ซึ่งคนร้ายมีการพ่นสีทับเลขตัวถังเครื่องยนต์ รวมถึงสวมถุงมือขณะขี่รถจักรยานยนต์ด้วย

เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้มีแผนประทุษกรรมคล้ายกับคดีที่คนร้ายบุกเดี่ยว เข้าไปชิงทองภายในห้างสรรพสินค้า ย่านพระราม 4 พื้นที่ สน.ทองหล่อ เมื่อต้นปี 2562 ซึ่งมีการอำพรางด้วยการสวมวิกผม และถุงมือ ทำให้ยากต่อการตรวจรอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะมีการนำข้อมูลมาเทียบเคียง รวมถึงคดีอื่น ๆ ที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ ย้อนหลังไป 5-10 ปี ในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทราบชื่อผู้ครอบครองแล้ว เป็นผู้หญิง เตรียมเชิญตัวมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ตลอดทั้งวัน ตำรวจชุดสืบสวนพยายามแกะรอยคนร้าย จนพบห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยพหลโยธิน 34 น่าเชื่อว่าเป็นที่พักอาศัยของคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงประสานให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจค้น และเก็บหลักฐาน จากการสอบถามผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลว่าห้องที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ก่อนหน้านี้เคยมีชายหญิงคู่หนึ่งพักอาศัยอยู่ แต่หลังจากเกิดเหตุก็ไม่เห็นทั้ง 2 คนอีกเลย จนกระทั่งตำรวจมาขอตรวจค้น ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดพบว่าคนร้ายเดินทางไปยังสถานีขนส่งหมอชิต แต่ยังไม่ทราบเส้นทางว่าไปจังหวัดใด

คดีนี้ตำรวจพบว่าคนร้ายมีการวางแผนก่อนมาก่อเหตุ ทั้งมาดูลาดเลา และถามเวลาเปิดปิดของร้านทอง โดยเลือกร้านทองที่อยู่ใกล้กับประตูทางออก และไม่มีการติดลูกกรงป้องกัน ซึ่งที่ผ่านมาร้านทองที่ตั้งอยู่บริเวณห้างแห่งนี้เคยถูกคนร้ายบุกชิงทองมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งสามารถติดตามจับคนร้ายได้ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ขณะนี้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้าย คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 3 วัน