สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พบเบาะแสโจรชิงทอง ย่านวังหิน

ตำรวจนำข้อมูลคดีคนร้ายชิงทองในพื้นที่ต่าง ๆ มาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเหตุการณ์คนร้ายแต่งหญิงเข้าไปจี้ชิงทอง 215 บาท เมื่อปี 2562 รวมอยู่ด้วย และคาดว่า 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจน ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

การแต่งกายของคนร้ายที่ใช้การสวมวิกผมยาว ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังอำพรางใบหน้า สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่รองเท้าผ้าใบสีเข้มพื้นสีขาว ใช้รถจักรยานยนต์หลบหนี ขับไปจอดทิ้ง แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถแท็กซี่หลบหนีต่อไป เป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ตำรวจนำพฤติการณ์ทั้งหมดของคนร้าย ที่ลงมือจี้ชิงทอง 216 บาท จากร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส ย่านวังหิน เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ไปเปรียบเทียบกับแผนประทุษกรรมในคดีอื่น ๆ ในอดีต เพื่อหาว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่

แม้ตำรวจจะมีการหยิบยกคดีตัวอย่างประมาณ 10 คดี ขึ้นมาพิจารณา แต่ก็มีอยู่คดีหนึ่งที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือคดีที่คนร้ายแต่งกายเป็นหญิง สวมวิกผม ใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงทอง ร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ได้ทองไป 215 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 พื้นที่ สน.ทองหล่อ เพราะทั้งการแต่งกาย แผนประทุษกรรมในการลงมือ มีความคล้ายคลึงกันมาก ที่สำคัญคดีดังกล่าวยังจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ไม่ได้

ขณะที่ผลการแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย จอดทิ้งไว้ที่อะพาร์ตเมนต์ในซอยเสนานิคม 1 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2-3 กิโลเมตร ไม่พบลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายบนตัวรถ แต่พบมีการพ่นสีทับเลขตัวถังเพื่ออำพราง ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจได้รถคันนี้มาจากการโจรกรรม

นอกจากนี้ ตำรวจยังไปพบอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 34 ที่คาดว่าคนร้ายจะเช่าไว้พักอาศัยชั่วคราว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำกลับไปตรวจพิสูจน์ยืนยันข้อสันนิษฐาน ส่วนการติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พบว่าหลังจากที่นั่งรถแท็กซี่ไปถึงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ก็ได้เดินทางต่อไปยังสถานีขนส่งหมอชิต ซื้อตั๋วโดยสาร เพื่อเดินทางไปยังต่างจังหวัด โดยมีปลายทางอยู่ที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนเหนือ และจากหลักฐานต่าง ๆ ที่ตำรวจรวบรวมได้จนถึงขณะนี้ ทำให้เชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น