เช้านี้ที่หมอชิต

เร่งแกะรอยคนร้ายชิงทอง ย่านลาดพร้าว-วังหิน เทียบแผนประทุษกรรมย้อนหลัง

เช้านี้ที่หมอชิต - เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองหนัก 221 บาท กลางห้างย่านลาดพร้าว-วังหิน พบทิ้งรถไว้ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ล่าสุดตำรวจพบห้องเช่าของคนร้าย จึงประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเตรียมนำข้อมูลเปรียบเทียบแผนประทุษกรรมย้อนหลัง

กล้องวงจรปิดของร้านทอง จับภาพคนร้ายสวมหมวกกันน็อก สวมเสื้อแขนยาว และถุงมือ เดินตรงเข้ามาและกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปในร้านทอง ก่อนใช้ปืนทุบตู้กระจก แล้วกวาดทองในถาด พร้อมกับแกว่งปืนไปมา โดยคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่นานก่อนจะหลบหนีไป พร้อมทองคำน้ำหนัก 221 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

นี่เป็นภาพหลักฐานสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนใช้แกะรอยล่าตัวคนร้ายที่เข้าก่อเหตุในร้านทองแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว-วังหิน

จากรูปพรรณสัณฐานและการแต่งตัวของคนร้ายที่ปรากฎในภาพกล้องวงจรปิด พบว่าสวมวิกผมยาว และถุงมือ เพื่อพรางตัวก่อนเข้ามาก่อเหตุ ทำให้ยากต่อการเก็บหลักฐานของตำรวจ แต่เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้มีกล้องวงจรปิดหลายมุมบันทึกภาพได้ โดยเฉพาะรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และคำให้การของพยาน

ตำรวจแกะรอยตามเส้นทางหลบหนี จนพบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ย่านเสนานิคม 1 ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดวิกผม และรองเท้าทิ้ง จากนั้นเรียกแท็กซี่หลบหนีไปทางถนนลาดพร้าว ซึ่งคนร้ายได้พ่นสีทับเลขตัวถังเครื่องยนต์ และสวมถุงมือขณะขี่รถจักรยานยนต์ด้วย

เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้มีแผนประทุษกรรมคล้ายกับคดีที่คนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ เมื่อต้นปี 2562 ซึ่งมีการอำพรางด้วยการสวมวิกผม และถุงมือ ทำให้ยากต่อการตรวจรอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุ โดยได้เตรียมนำข้อมูลมาเทียบเคียง รวมถึงคดีอื่น ๆ ที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ในพื้นที่ใกลเคียง ย้อนหลังไป 5-10 ปี ส่วนรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทราบชื่อผู้ครอบครองแล้ว เป็นผู้หญิง ซึ่งตำรวจกำลังเตรียมเชิญตัวมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

เมื่อวานนี้ (28 ก.ย.) ตำรวจชุดสืบสวนพบห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอยพหลโยธิน 34 เชื่อว่าเป็นที่พักอาศัยของคนร้าย จึงประสานให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจค้น และเก็บหลักฐาน ผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลว่า ห้องที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ก่อนหน้านี้เคยมีชายหญิงคู่หนึ่งพักอาศัยอยู่ แต่หลังจากเกิดเหตุก็ไม่เห็นทั้งสองคนอีกเลย จนตำรวจมาขอตรวจค้น ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดพบว่า คนร้ายเดินทางไปยังสถานีขนส่งหมอชิต แต่ยังไม่ทราบเส้นทางว่าไปจังหวัดใด

เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนมาก่อนก่อเหตุ ทั้งดูลาดเลา และถามเวลาเปิดปิดของร้านทอง โดยเลือกร้านทองที่อยู่ใกล้กับประตูทางออก และไม่มีการติดลูกกรงป้องกัน ซึ่งที่ผ่านมาร้านทองที่ตั้งอยู่บริเวณห้างแห่งนี้เคยถูกคนร้ายบุกชิงทองมาแล้วถึง 2 ครั้ง สามารถติดตามจับคนร้ายได้ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ขณะนี้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้าย คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 3 วันนี้