ประเด็นเด็ด 7 สี

แฉประวัติหนุ่มบุกเดี่ยวชิงทองกลางห้าง เคยร่วมทีมปล้นแล้วหนี

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจตามรวบคนร้ายชิงทองกลางห้างได้แล้วที่จังหวัดเลย ขณะเตรียมหนีข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน พบประวัติเคยก่อเหตุร่วมกับพวก อีก 4 คน บุกปล้นทองหนักกว่า 400 บาท ที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ ผบ.ตร.เตรียมแถลงจับด้วยตัวเองพรุ่งนี้ ติดตามจากรายงาน คุณไพจิตร ภานนท์

ราว 10.00 น. วันที่ 27 กันยายน เกิดเหตุอุกอาจกลางห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว-วังหิน เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปใช้ปืนจี้ชิงทอง น้ำหนัก 221 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมขณะก่อเหตุและรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายเอาไว้ได้ จากภาพที่ปรากฎพบว่าคนร้ายมีการพรางตัวเพื่อมาก่อเหตุ ทั้งสวมวิกผมยาว และสวมถุงมือ

ตำรวจใช้เวลาแกะรอยไม่นานจนไปพบรถจักรยานยนต์ วิกผม กับเสื้อผ้า ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถือเป็นเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับคนร้ายในคดีนี้ คือ นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ อายุ 38 ปี ขณะหลบหนีไปที่จังหวัดเลย เพื่อเตรียมข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วยเส้นทางธรรมชาติ แต่จากการตรวจค้นที่ตัวไม่พบทองที่ชิงมา จึงสอบสวนจนรู้ว่าคนร้ายให้ภรรยานำทองไปฝากไว้กับญาติที่จังหวัดนครปฐม

นายสุริยันต์ นิลบรรพต อายุ 37 ปี ญาติของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุชิงทอง ถูกจับได้อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และคุมตัวมาตรวจค้น พบทองน้ำหนักประมาณ 80 บาท ซ่อนอยู่ในลำโพง เขา อ้างว่า นายชัยมงคล ให้ภรรยานำพัดลมมาฝากไว้ นัดเจอกันที่ห้างในจังหวัดนครปฐม เขาจึงขับรถกระบะออกไปรับของ ก่อนจะมารู้ว่าภายหลังว่าในพัดลมมีทองคำและปืนซ่อนอยู่ จึงนำปืนมาโยนทิ้งน้ำ ส่วนทองนำไปซ่อนไว้ในลำโพง จึงให้ชุดประดาน้ำลงไปงมหาปืนตามคำให้การ

ย้อนกลับไป 26 กรกฎาคม 2562 เกิดเหตุคนร้าย 2 คน บุกเข้าไปชิงทองภายในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โดยวางแผนพรางตัวมาก่อเหตุ สวมหมวก หน้ากากอนามัย และถุงมือ ชิงทองน้ำหนัก 431 บาท หลบหนีไป ก่อนจะพบว่าคดีนี้ทำงานกันเป็นทีมปล้นทั้งหมด 4 คน ตำรวจจึงแกะรอยจนสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 คน ส่วนอีก 2 คน หลบหนีไปได้ ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนี คือ นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุชิงทองในห้างย่านลาดพร้าว-วังหิน

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การว่า หลังก่อเหตุได้แยกกับแฟนสาว เพื่อหลบหนี โดย นายชัยมงคล ขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิตไปจังหวัดเลย ส่วนแฟนสาวนำทองและปืนที่ซ่อนในพัดลมมาฝากที่ญาติ จังหวัดนครปฐม ก่อนจะขึ้นรถไฟไปที่จังหวัดหนองคาย เพื่อทำเรื่องข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกตำรวจจับได้ก่อน พร้อมของกลางทองน้ำหนักประมาณ 30 บาท

สำหรับผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถูกตำรวจคุมตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยแล้ว เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจยังเร่งค้นหาทองที่เหลือและปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ โดย พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ