7HD ร้อนออนไลน์

ร้องสอบ รพ.เอกชน ทำภรรยาเสียชีวิต หลังฉีดสีรักษาอาการปวดท้อง

กรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของทันตแพทย์หนุ่มท่านหนึ่งที่ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวสุดเศร้าในเฟซบุ๊กส่วนตัว สำหรับการสูญเสียเภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา (สงวนนามสกุล) หรือ กุ๊ฟกิ๊ฟ ภรรยา หลังเข้ารับการตรวจรักษาอาการปวดท้องน้อย คลื่นไส้ อาเจียนในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยแพทย์สงสัยว่าอาจเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะจึงทำการฉีดสารทึบรังสี เพื่อทำการเอกซเรย์คอมพิเตอร์ช่องท้องส่วนล่าง แต่ปรากฏว่าเกิดอาการแพ้จนอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนี้ยังทราบภายหลังจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้วด้วยว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ โดยหลังเกิดเหตุได้พยายามขอคำอธิบายจากทางโรงพยาบาลแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ นอกจากยืนยันว่ารักษาตามมาตรฐานทุกขั้นตอน

ล่าสุดทันตแพทย์ธีระวุฑฒ์ (สงวนนามสกุล) สามีของเภสัชกรสาวพร้อมพ่อและแม่ เปิดใจกับสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ว่าภรรยาเริ่มป่วยด้วยอาการปวดท้องบ่อยๆ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน จึงตัดสินใจตรวจรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเชื่อมั่นเรื่องของบุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้เริ่มเข้าตรวจครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กันยน 2563 ด้วยอาการปวดท้องในช่วงเช้า และแพทย์บอกว่าสงสัยจะเป็นนิ่วที่ไต จึงอยากจะส่งไปทำซีทีสแกน

จากนั้นตนและภรรยา จึงพากันเดินทางกลับที่พักเพื่อเก็บของเตรียมเข้าแอดมิดและกลับไปที่โรงพยาบาลในช่วงเที่ยงอีกครั้ง ต่อจากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. ตนได้แยกกับภรรยาที่กำลังรอตรวจ0เพื่อกลับไปทำงาน จนกระทั้งเวลา 15.00 น. แม่ของภรรยาได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่าให้รีบไปโรงพยาบาล เนื่องจากภรรยาต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตนจึงรีบติดต่อกับโรงยาบาลเพื่ออนุญาตพร้อมบอกแพทย์ให้ทำการช่วยภรรยาทุกช่องทาง

จนกระทั่งตนมาถึงโรงพยาบาล จึงทราบว่าในขั้นตอนของการทำซีทีสแกนต้องมีการฉีดสี หรือสารทึบแสง เพื่อตรวจเอกซเรย์และภรรยาเกิดอาการแพ้สารบางอย่างที่อยู่ในสีที่ฉีดเข้าไปอย่างรุนแรง แต่จนถึงตอนนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. แพทย์แจ้งว่าได้ย้ายภรรยาไปห้องไอซียูและอาการทรงตัวแล้ว ตนจึงรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง แต่เวลาผ่านไปไม่นาน อาการภรรยาเกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้ง ทีมแพทย์ได้เร่งปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตจนกระทั้งเวลาประมาณ 19.00 น. ภรรยาได้เสียชีวิต

ทันตแพทย์ธีระวุฑฒ์ ยังเล่าเพิ่มว่าหลังภรรยาเสียชีวิตได้พบกับแพทย์เจ้าของไข้ พร้อมพูดคุยและทราบว่าตอนทำซีทีสแกนพบว่ามีถุงน้ำที่มีเลือดอยู่ในรังไข่ซึ่งแตกออกมาอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดท้อง แต่ที่สำคัญคือยังตรวจพบถุงน้ำตัวอ่อนอายุครรภ์ประมาณ 6-7 สัปดาห์ด้วย โดยผลการตรวจปัสสาวะยืนยันว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์จริง โดยในช่วงเวลานั้น ตนอยู่ในอาการสับสบกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงขอเข้าไปอยู่กับภรรยาในช่วงสุดท้ายของชีวิต

หลังจากนั้นผ่านไป 3 วัน ตนและครอบครัวได้ติดต่อกับโรงพยาบาล เพื่อขอคำชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต แต่กลับได้รับคำตอบจากทางโรงพยาบาล ว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือน้ำท่วมปอดจากอาการแพ้ยา พร้อมแจ้งว่าการรักษาเป็นไปตามขั้นตอนทางการแพทย์แล้ว แต่จะช่วยเยียวยาให้ในส่วนลดของการรับการรักษาแทน โดยหลังจากนั้นโรงพยาบาลยังได้ขอเวลาประชุมอีก 7 วัน พร้อมจะรายงานผลให้ทราบอีกครั้ง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายยังคงได้คำตอบตามเดิม ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ เพราะทำถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์แล้ว

ทั้งนี้ครอบครัวจึงตกลงร่วมกันและยืนยันว่าจะไม่ได้รับคำขอโทษใดๆ และการช่วยเหลือจัดงานศพพบมีเพียงพวงหรีด 2 พวงเท่านั้น นอกจากนี้ ครอบครัวได้ปรึกษาร่วมกันว่าอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่อยากให้ไปเกิดกับครอบครัวของใครอีก จึงจะขอต่อสู้ให้ภรรยาและครอบครัว จึงไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว และเตรียมส่งเรื่องแจ้งไปที่แพทยสภา เพื่อช่วยดำเนินการตามกระบวนการทางกฏหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง