เจาะประเด็นข่าวค่ำ

คุมตัวทำแผนฯ หนุ่มบุกชิงทอง สารภาพวางแผนร่วมกับภรรยามาก่อเหตุ

นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ ผู้ต้องหาคดีชิงทอง กลางห้างดังย่านลาดพร้าว – วังหิน ถูกตำรวจนครบาลโชคชัย คุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณร้านทองที่เกิดเหตุ หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 3 คนคือ นายชัยมงคล คนร้ายที่เข้าไปชิงทอง นางสาวจันดา จันทร์โศก ภรรยาผู้ต้องหา ช่วยวางแผน ดูลาดเลา และพาหลบหนี และ นายสุริยันต์ นิลบรรพต ญาติผู้ต้องหาที่รับฝากทอง และนำทองไปซ่อน

โดยตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งหมด 2 จุดคือ ร้านทองที่เกิดเหตุ และสะพานข้ามคลอง จุดที่คนร้ายนำเสื้อมาทิ้งก่อนหลบหนี

สอบสวนนายชัยมงคล ให้การว่า ร่วมกับนางสาวจันดา ซึ่งเป็นภรรยา วางแผนมาก่อเหตุนานกว่า 2 เดือน โดยมาเช่าห้องพักเอาไว้ภายในซอย พหลโยธิน 34 จากนั้นตระเวนดูลาดเลาร้านทองในพื้นที่ ลาดพร้าว - วังหิน และพบว่าร้านทองในห้างที่เกิดเหตุไม่มีการป้องกัน อีกทั้งหลบหนีได้หลายเส้นทาง จึงเลือกที่นี่ โดยเตรียมรถจักรยานยนต์ พ่นสีทับเลขเครื่อง และเตรียมเก็บของ ย้ายออกจากห้องเช่า จากนั้นไปสำรวจจุดที่จะนำรถจักรยานยนต์มาจอดทิ้ง คือ หอพัก ย่านเสนานิคม 1 พร้อมเตรียมวิกผม ถุงมือและเสื้อผ้าที่จะใช้สวมไปก่อเหตุ

วันเกิดเหตุ นายชัยมงคลขี่รถจักรยานยนต์ไปยังห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ และเข้าไปก่อเหตุ จากนั้นก็ทำตามแผน ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ก่อนนำไปจอดทิ้งไว้พร้อมกับชุดและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ และขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปห้างย่านลาดพร้าว โดยนัดเจอกับภรรยาที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อนำทองที่ชิงมา และปืน ซ่อนใต้ฐานพัดลม จากนั้นให้ภรรยานำพัดลมไปฝากไว้กับญาติที่ จ.นครปฐม ก่อนแยกย้ายหลบหนี

ผู้ต้องหาเปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจที่มาก่อเหตุ เนื่องจากเคยร่วมปล้นทองที่ จ.ขอนแก่น และได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินกว่า 700,000 บาท และนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด ทำให้ไม่มีเงิน จึงวางเเผนมาก่อเหตุ หวังนำเงินไปเป็นทุน เพื่อทำธุรกิจ และนำเงินไปช่วยญาติที่ถูกจับคดีชิงทองพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยยอมรับว่าครั้งนั้นร่วมกันก่อเหตุจริง

จากการตรวจสอบประวัตินายชัยมงคล เคยก่อเหตุชิงทองพื้นที่จ.สุราษฏ์ธานี จ.ปทุมธานี ก่อนจะถูกจับดำเนินคดี เมื่อพ้นโทษออกมาในปี 2562 จึงร่วมกับพวก อีก 4 คนก่อเหตุปล้นทองในห้างกลางเมือง จ.ขอนแก่น ครั้งนั้นได้ทองไปมากถึง 431 บาท และสามารถหลบหนีมาได้ กระทั่งมาก่อเหตุซ้ำอีกที่ห้างย่านวังหิน ส่วนคดีชิงทองพื้นที่ ย่านพระราม 4 อยู่ระหว่าง ขยายผล ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ สำหรับทองที่ผู้ต้องหาชิงไปได้นับอย่างละเอียดแล้ว พบว่า ชิงไปน้ำหนัก 216 บาท สามารถตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา น้ำหนัก 104 บาท ยังเหลืออีก 112 บาท เบื้องต้นมีข้อมูลว่านำไปฝากเพื่อนอีกคนพื้นที่ภาคอีสาน ตำรวจเร่งติดตามตัวแล้ว .