ประเด็นเด็ด 7 สี

เปิดคำรับสารภาพคนร้ายบุกชิงทอง วางแผนนาน 2 เดือน

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตร.คุมตัวผู้ต้องหาบุกชิงทองห้างดังย่าน ลาดพร้าว-วังหิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยอมรับวางแผนกับภรรยาก่อนมาก่อเหตุนาน 2 เดือน อ้างต้องการเงินไปทำธุรกิจและช่วยญาติที่ถูกดำเนินคดีปล้นทอง จังหวัดขอนแก่น ติดตามจากรายงานคุณไพจิตร ภานนท์

นี่เป็นคำรับสารภาพของนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ ผู้ต้องหาคดีชิงทองกลางห้างดังย่านลาดพร้าว-วังหิน ซึ่งบอกถึงเหตุจูงใจที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้ อ้างว่าต้องการนำเงินไปเริ่มธุรกิจ และช่วยญาติที่ถูกจับดำเนินคดี จากเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองในห้างกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2562 ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเขายอมรับว่าตัวเองคือผู้ก่อเหตุในครั้งนั้น แต่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกลับเป็นญาติ

ผู้ต้องหาให้การกับตำรวจว่าเขาใช้เวลาวางแผนก่อเหตุครั้งนี้นานกว่า 2 เดือน โดยมีภรรยาร่วมด้วย เริ่มจากเช่าห้องพักในพื้นที่เกิดเหตุ ตระเวนดูลาดเลาร้านทอง เตรียมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยพ่นสีทับเลขเครื่อง สำรวจจุดที่จะนำรถจักรยานยนต์มาจอดทิ้งหลังก่อเหตุ และเตรียมอุปกรณ์พรางตัว รวมถึงปืนสำหรับก่อเหตุ

คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน คือ นายชัยมงคล ผู้ที่เข้าไปก่อเหตุชิงทอง, นางสาวจันดา จันทร์โศก ภรรยาผู้ต้องหา มีหน้าที่ช่วยวางแผน ดูลาดเลา และพาหลบหนี, นายสุริยันต์ นิลบรรพต ญาติผู้ต้องหาที่รับฝากทอง และนำทองไปซ่อน

27 กันยายน คือวันที่ผู้ต้องหาตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุที่ห้างสรรพสินค้า จากนั้นนำรถไปจอดทิ้งไว้ พร้อมกับอุปกรณ์พรางตัว ก่อนขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป โดยใช้วิธีเปลี่ยนรถแท็กซี่หลายครั้ง เพื่อให้ยากต่อการติดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งไปถึงสถานีขนส่งหมอชิต จุดที่นัดกับภรรยา เพื่อนำทองที่ชิงมาและปืน ซ่อนใต้ฐานพัดลม จากนั้น นายชัยมงคล ขึ้นรถหลบหนีไปที่จังหวัดเลย ส่วนภรรยานำพัดลมไปฝากไว้กับญาติที่จังหวัดนครปฐม และหลบหนีไปที่จังหวัดหนองคาย ทั้ง 2 นัดหมายหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกจับเสียก่อน

นายชัยมงคล ผู้ต้องหาที่ถูกจับครั้งนี้เคยก่อเหตุชิงทองมาแล้วหลายครั้ง และถูกจับดำเนินคดี เมื่อพ้นโทษออกมาก็ร่วมกับพวกอีก 4 คน ก่อเหตุปล้นทองในห้างกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ครั้งนั้นได้ทองไปมากถึง 431 บาท โดย นายชัยมงคล ได้ส่วนแบ่ง 7 แสนบาท โดยคดีนั้นตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ 2 คน ส่วนครั้งนี้ชิงทองไปได้น้ำหนัก 216 บาท ซึ่งตำรวจตรวจยึดได้กลับคืนมาน้ำหนักเพียง 104 บาท ยังเหลืออีก 112 บาท มีข้อมูลว่าผู้ต้องหานำไปฝากกับเพื่อนที่ภาคอีสาน ตำรวจเร่งติดตามตัวแล้ว

หลังสอบสวน ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดที่ก่อเหตุ ก่อนจะนำตัวกลับมาสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากยังมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า นายชัยมงคล อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีชิงทอง ย่านพระราม 4 เนื่องจากมีแผนประทุษกรรม และรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ  หลังสอบสวนตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง และประสานกับตำรวจภูธรขอนแก่น เพื่ออายัดตัว