ประเด็นเด็ด 7 สี

ผู้บริหาร รร. เครือสารสาสน์ เตรียมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้ปกครอง เร่งแก้ปัญหา [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ผู้ปกครองยังคงทยอยเดินทางไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด หลังมีบางรายได้สอบถามลูกจนรู้ว่าถูกครูทำร้ายเช่นเดียวกัน ขณะที่ผู้บริหารในเครือโรงเรียนสารสาสน์ออกมายอมรับผิด พร้อมเตรียมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองเพื่อนำปัญหาไปเร่งแก้ไข ติดตามรายงานจากคุณสิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

นี่เป็นภาพที่หญิงอายุ 37 ปี ถ่ายคลิปเอาไว้ขณะที่กำลังถามลูกสาว ซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศนราชพฤกษ์ เด็กหญิงได้บอกเล่าและแสดงท่าท่างขณะที่ถูกครูทำร้าย ทั้งดึงหู หยิกแขนขา ตบหน้า และถูกจับขังในห้องน้ำ โดยมีการพูดถึงชื่อ ครูเปิ้ล ซึ่งเป็นครูประจำชั้นที่อยู่ห้องเรียนเดียวกับ ครูจุ๋ม ขณะที่เด็กยังคงมีอาการหวาดผวาเมื่อผู้ปกครองพูดถึง ครูมาร์วิน

ล่าสุดวันนี้ พ่อแม่ของเด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้เดินทางมาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ สภ.ชัยพฤกษ์ แล้ว ก่อนจะเห็นภาพของลูกสาวโดนครูผลักหัวและเอาสมุดฟาด จนเกิดความไม่สบายใจ ตัดสินใจรวมตัวกับผู้ปกครองรายอื่นเข้าแจ้งความ ยืนยันจะเอาผิดกับครูที่ทำร้ายลูกให้ถึงที่สุด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นร้อนถูกพูดถึง และมีการตั้งคำถามมากมายจากสังคม ผู้ปกครองหลายรายกังวลว่าลูกหลานอาจตกเป็นเหยื่อ จึงนำไปสู่การตรวจสอบ จนพบว่าอาจมีครูอนุบาลในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศนราชพฤกษ์ถึง 12 คน ที่อาจมีส่วนในการทำร้ายเด็ก

หนึ่งในครูที่ปรากฏชื่อ คือ ครูแพร ครูประจำชั้นอนุบาลอีกห้องเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกลุ่มผู้ปกครองเข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบภาพที่ครูคว้าคอเสื้อและกระชากเด็กชายอย่างรุนแรงจนล้มลง เด็กบางคนถูกฟาดเข้าที่หลังอย่างแรง และกระชากแขนไปมา สร้างความปวดใจให้กับพ่อแม่ที่เห็นภาพดังกล่าว

ล่าสุด ผู้ปกครองบอกว่าได้รับการติดต่อจากครูประจำชั้นคนดังกล่าว ซึ่งโทรศัพท์มาขอโทษ และยอมรับผิดว่าตีเด็กจริงเพราะเด็กดื้อ เธอจึงอยากตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อน เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมว่าตีลูกเพราะมีเหตุผลจริงหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดี ขณะเดียวกันได้ย้ายลูกออกจากโรงเรียนนี้แล้ว เพราะไม่มั่นใจในตัวครูผู้สอน

ด้าน นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ลูกชายของนายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ วันนี้เป็นตัวแทนผู้รับใบอนุญาตเข้าร่วมประชุมกับทางกระทรวงศึกษาธิการ เขาออกมายอมรับผิด และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของตัวบุคคล โดยจะไม่ขอปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน นำปัญหาของผู้ปกครองไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยมีผู้อำนวยการคนใหม่ที่มีอำนาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที และพร้อมจะเยียวยาดูแลผู้ปกครองและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ปกครอง ล่าสุดทางโรงเรียนได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียด แบ่งกลุ่มผู้ปกครองออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ต้องการเรียนต่อ และกลุ่มที่ต้องการย้ายไปเรียนที่อื่น

สำหรับกลุ่มแรก ทางโรงเรียนจะคืนเงินค่าธรรมเนียมปีการศึกษา 2563 ทุกกรณี เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่โรงอาหาร และหากห้องเรียนใดตกลงกันได้ก็จะทำเป็นระบบออนไลน์ จัดนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน และส่งผลการประเมินให้ผู้ปกครองทุกภาคเรียน ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ๆ ทั้งเรื่องของการขอเข้าไปตรวจสุขอนามัย เรื่องคุณภาพอาหารกลางวัน การคัดกรองสุขภาพจิตครู และการจัดประชุมผู้ปกครองก็จะทำตามข้อเรียกร้องทั้งหมด

ส่วนอีกกลุ่มที่ต้องการย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ทางโรงเรียนจะอำนวยความสะดวกในการทำเรื่องเอกสารส่งตัว คืนค่าธรรมเนียมปีการศึกษา 2563 พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งหมดตามจำนวนที่จ่ายจริง และในส่วนของค่าชดเชยและค่าบำรุงขวัญ ส่วนนี้ทางโรงเรียนจะเร่งพิจารณาและแจ้งความคืบหน้าอีกครั้ง