สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ปิดคดีโจรชิงทองห้างโลตัส ย่านวังหิน

หลังจากตำรวจจับตัวโจรชิงทองย่านวังหินได้ขณะพยายามจะหลบหนีออกนอกจากประเทศ เมื่อวานนี้ก็มีการคุมตัวไปแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าตัวรับต้องการนำเงินไปช่วยญาติที่รับโทษแทนในคดีชิงทองที่จังหวัดขอนแก่น

ตำรวจ สน.โชคชัย คุมตัว นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ คนร้ายที่จี้ชิงสร้อยทองน้ำหนัก 216 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส วังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ หลังถูกจับกุมได้ที่ชายแดนจังหวัดเลย

โดยจุดแรก เริ่มที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ซึ่งอยู่ภายในห้าง ซึ่งนายชัยมงคลได้วางแผนชิงทองมานานกว่า 2 เดือนแล้ว มีการไปเช่าอะพาร์ตเมนต์ จากนั้นไปดูลาดเลาร้านทองหลาย ๆ ร้าน สุดท้ายเลือกที่อยู่ภายในห้างโลตัส วังหิน เพราะมองว่าระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม จากนั้นมีการเตรียมรถจักรยานยนต์ มีการอำพรางปกปิด โดยพ่นสีทับเลขเครื่อง ตัวถัง แล้วใส่วิกผมปลอมตัวมาก่อเหตุ

จากนั้นตำรวจได้คุมตัวนายชัยมงคลไปทำแผนต่อที่จุดที่ 2 คือบริเวณเลียบคลองลาดพร้าว หลังวัดสิริกมลาวาส หรือวัดใหม่เสนานิคม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร ไม่ไกลจากห้างมากนัก ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมาหลังเกิดเหตุ และระหว่างทางได้ถอดเสื้อคลุมโยนทิ้งลงคลอง

จากนั้นนำรถจักรยานยนต์และวิกผมไปที่อะพาร์ตเมนต์ในซอยเสนานิคม 1 และกลับไปหา นางจันดา จันทร์โศก ภรรยาสาวที่หอพักในซอยพหลโยธิน 34 ทำการซุกซ่อนทองและปืนในฐานพัดลมตั้งโต๊ะ จากนั้นก็นำพัดลมต่อรถแท็กซี่ 3 คัน ไปที่สถานีขนส่งหมอชิต

โดยนายชัยมงคลขึ้นรถทัวร์หลบหนีไปที่จังหวัดเลย และให้ภรรยาแยกขึ้นรถตู้ไปที่จังหวัดนครปฐม นัดเจอกับ นายสุริยันต์ นิลบรรพต ญาติของนายชัยมงคล ที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งมอบพัดลมที่ซุกซ่อนทองและอาวุธปืน และขึ้นรถไฟไปที่จังหวัดหนองคาย

ขณะที่ นายสุริยันต์ เมื่อได้พัดลมไปแล้ว ก็แกะเอาทองย้ายไปซุกซ่อนในลำโพง และนำปืนไปโยนทิ้งคลอง ซึ่งเบื้องต้นตำรวจได้ไปงมในคลองดังกล่าว แต่ยังไม่พบปืน พบเพียงกระสุนปืนเท่านั้น

เมื่อสอบประวัตินายชัยมงคลตกเป็นผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ 4 คดี คือ 1.ชิงทองที่จังหวัดปทุมธานี 2.ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นถูกจับกุมและเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อปี 2562 ก่อนจะไปก่อเหตุคดีที่ 3.ที่จังหวัดขอนแก่น ได้ทองไปกว่า 400 บาท จากนั้นหลบหนีไปที่ สปป.ลาว เพิ่งจะกลับมาเมื่อต้นปี และมาวางแผนก่อเหตุในครั้งนี้เป็นคดีที่ 4

อย่างไรก็ตาม นายชัยมงคลปฏิเสธ อ้างว่า 1 ใน 4 คดีนี้ ตนเองตกเป็นแพะ และก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เท่านั้น ส่วนกรณีแต่งหญิงชิงทองย่านพระราม 4 ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสาเหตุที่ทำเพราะต้องการนำเงินไปช่วยญาติที่โดนจับกุมในคดีชิงทองที่ห้างบิ๊กซี จังหวัดขอนแก่น ที่ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุ และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปตั้งตัว ก่อนไปใช้ชีวิตที่ สปป.ลาว

หลังทำแผนแล้วเสร็จ ตำรวจ สน.โชคชัย ก็คุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนต่อ

โดยเฉพาะประเด็นการติดตามทองอีก 112 บาท ที่ยังไม่ได้คืน โดยมีรายงานว่านายชัยมงคลนำไปฝากไว้กับเพื่อนในจังหวัดภาคอีสาน และในวันนี้จะคุมตัวนายชัยมงคลและภรรยาสาวชาวลาว ไปฝากขังต่อศาลอาญา ส่วนญาติของนายชัยมงคลที่รับฝากทอง 22 เส้น ตำรวจคุมตัวไปฝากขังแล้วเมื่อวานนี้ ในข้อหารับของโจร