เช้านี้ที่หมอชิต

เปิดคำรับสารภาพ คนร้ายบุกชิงทอง วางแผนนาน 2 เดือน หวังนำเงินไปช่วยญาติ

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาบุกชิงทองห้างดังย่านลาดพร้าว-วังหิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยอมรับวางแผนกับภรรยาก่อนมาก่อเหตุนาน 2 เดือน อ้างต้องการเงินไปทำธุรกิจและช่วยญาติที่ถูกดำเนินคดีปล้นทองที่จังหวัดขอนแก่น

จากกรณีคนร้ายบุกชิงทองห้างดังย่านลาดพร้าว-วังหิน ได้ทองคำไป 216 บาท เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนตำรวจติดตามไปรวบตัวได้ที่จังหวัดเลย ขณะคนร้ายเตรียมตัวหนีออกนอกประเทศ

วานนี้ (30 ก.ย.) ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเหตุจูงใจที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อเหตุ เพราะต้องการนำเงินไปเริ่มธุรกิจ และช่วยเหลือญาติที่ถูกจับดำเนินคดี จากเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองในห้างกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2562 ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเขายอมรับว่าตัวเองคือผู้ก่อเหตุในครั้งนั้น แต่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกลับเป็นญาติ

เขาใช้เวลาวางแผน 2 เดือน โดยภรรยาร่วมมือด้วย เริ่มจากเช่าห้องพักในพื้นที่ก่อเหตุ ตระเวนดูลาดเลาร้านทอง เตรียมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยพ่นสีทับเลขเครื่อง สำรวจจุดที่จะนำรถจักรยานยนต์มาจอดทิ้งหลังก่อเหตุ และเตรียมอุปกรณ์พรางตัว รวมถึงปืนสำหรับก่อเหตุ

คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน คือ นายชัยมงคล ผู้ที่เข้าไปก่อเหตุชิงทอง, นางสาวจันดา จันทร์โศก ภรรยาผู้ต้องหา มีหน้าที่ช่วยวางแผน ดูลาดเลา และพาหลบหนี, นายสุริยันต์ นิลบรรพต ญาติผู้ต้องหาที่รับฝากทอง และนำทองไปซ่อน

หลังก่อเหตุได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ พร้อมทิ้งอุปกรณ์พรางตัว ก่อนขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีโดยใช้วิธีเปลี่ยนรถแท็กซี่หลายครั้ง เพื่อให้ยากต่อการติดตามเส้นทาง กระทั่งไปถึงสถานีขนส่งหมอชิต จุดที่นัดกับภรรยา เพื่อนำทองที่ชิงมาและปืน ไปซ่อนไว้ใต้ฐานพัดลม จากนั้นนายชัยมงคลขึ้นรถหลบหนีไปที่จังหวัดเลย ส่วนภรรยานำพัดลมไปฝากไว้กับญาติที่จังหวัดนครปฐม และหลบหนีไปที่จังหวัดหนองคาย ทั้ง 2 นัดหมายหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกจับเสียก่อน

จากการตรวจสอบประวัตินายชัยมงคล เคยก่อเหตุชิงทองมาแล้วหลายครั้ง และถูกจับดำเนินคดี เมื่อพ้นโทษออกมาก็ร่วมกับพวกอีก 4 คน ก่อเหตุปล้นทองในห้างกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงต้นปี 2562 ได้ทองไปน้ำหนักรวม 431 บาท โดยนายชัยมงคลได้ส่วนแบ่ง 700,000 บาท โดยคดีนั้นตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ 2 คน ส่วนครั้งนี้ชิงทองไปได้น้ำหนัก 216 บาท ซึ่งตำรวจตรวจยึดได้กลับคืนมา น้ำหนักเพียง 104  บาท ยังเหลืออีก 112 บาท มีข้อมูลว่าผู้ต้องหานำไปฝากกับเพื่อนที่ภาคอีสาน ตำรวจเร่งติดตามตัวแล้ว

หลังสอบสวน ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดที่ก่อเหตุ ก่อนจะนำตัวกลับมาสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากยังมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า นายชัยมงคล อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีชิงทองย่านพระราม 4 เนื่องจากมีแผนประทุษกรรม และรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ หลังสอบสวนตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง และประสานกับตำรวจภูธรขอนแก่น เพื่ออายัดตัว