7HD ร้อนออนไลน์

ผู้ปกครอง ติดใจ รพ.รักษาลูกไม่รอดจากโรคไข้เลือดออก

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางเอ (นามสมมุติ) ชาวบ้านตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่าได้พาลูกชาย หรือเด็กชายบี (นามสมมุติ) อายุ 8 ปี ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตามที่แพทย์ในคลินิกแนะนำไป หลังจากเด็กมีอาการท้องอืดและมีประวัติแพ้ยา เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยรักษา พบว่าเด็กไม่ได้มีอาการท้องอืดและแพ้ยา แต่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก

ประกอบกับน้องบี ร้องบอกว่าอยากกลับบ้าน เพราะหิวข้าวและปวดปัสสาวะ เมื่อคุณยายเอาโถปัสสาวะให้น้องบี แต่น้องไม่กล้าปัสสาวะเนื่องจากอายเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน จากนั้นพยาบาลได้ตีน้องบี พร้อมพูดว่าเด็กทำไมดื้ออย่างนี้ แม่เลี้ยงเป็นเทวดาหรือ? จากนั้นจึงให้คุณยายไปเบิกสายสวนปัสสาวะมาให้

นางเอ เล่าเพิ่มว่าหลังจากคุณยายนำสายสวนปัสสาวะมาให้แล้ว น้องบีได้ร้องไห้เสียงดังลั่นและเสียงได้เงียบไป ตนซึ่งเดินทางมาถึงโรงพยาบาลพอดีจึงถามพ่อของน้องบีว่าลูกอยู่ที่ไหน พ่อน้องบีตอบว่าเมื่อครู่ลูกร้องไห้ลั่นโรงพยาบาลแต่เสียงเงียบไปแล้ว ตนจึงเดินเปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไปและพบว่าแพทย์และพยาบาลกำลังปั้มหัวใจน้องบีอยู่ เมื่อสอบถามพยาบาลในห้องได้พูดว่าญาติมายุ่งอะไรให้ออกไป และตนได้ตอบกลับไปว่าลูกเป็นแบบนี้จะให้อยู่เฉยได้ยังไง หนูจะดูลูก แต่พยาบาลย้ำว่าให้ญาติออกไปก่อนจากนั้นทีมแพทย์ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจต่อไป

นางเอ ยังเล่าเพิ่มว่าตนได้ย้อนกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง แล้วถามทีมแพทย์ว่าลูกเป็นอะไรจึงได้รับคำตอบว่าอีกพักจะออกมาคุยด้วย และบอกว่าเด็กอาการวิกฤตแล้วเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ จึงถามกลับไปว่าลูกหนูหยุดหายใจได้อย่างไรในเมื่อตอนเช้าอาการยังดีๆ อยู่ แพทย์จึงบอกว่าเด็กเกิดอาการช็อกเพราะเป็นไข้เลือดออก เด็กไม่หายใจทีมแพทย์จึงช่วยปั๊มหัวใจประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมบอกอีกว่าเด็กช็อกจนตาเหลือก เนื่องจากภายในร่างกายไม่ไหวแล้วพร้อมกับนำน้องบีส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาล แต่ระหว่างนำส่งน้องบีมีอาการหัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง รถโรงพยาบาลจึงนำน้องบีส่งให้กับทีมแพทย์โรงพยาบาลเอกชนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดให้ทำการช่วยเหลือปั๊มหัวใจและให้เลือดต่ออีก แต่ทีมแพทย์โรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถยื้อชีวิตน้องบีไว้ได้เสียชีวิตในช่วงเย็นวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นางเอ กล่าวว่าครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นโรงพยาบาลเอกชนแนะนำให้นำศพน้องบีกลับไปเก็บรักษาไว้ยังโรงพยาบาลที่รักษาก่อนจะนำศพไปจัดพิธีบำเพ็ญกุศล จากนั้นตนจึงนำศพบุตรชายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองปรือ บ้านเกิด นางเอ ยังกล่าวฝากเตือนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานว่าจะพาลูกพาหลานไปโรงพยาบาลให้ตรวจสอบให้ดีพร้อมกับตำหนิพยาบาลควรพูดจาดีกว่านี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง