สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ทุกภาคส่วน หนุนเดินหน้าแก้ รธน.

นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล อดีต กกต.ชุดแรก และอดีต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอว่า การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ซึ่ง เงื่อนไขตั้ง ส.ส.ร. แก้มาตรา 256 ของฝ่ายรัฐบาลทำได้ยาก เพราะกำหนดใช้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาในการลงมติ ซึ่งต้องพึ่งเสียงของ ส.ว. อย่างน้อย 84 เสียง ซึ่งหาก ส.ว. ไม่เห็นชอบก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งต่างจากร่างของพรรคฝ่ายค้าน ที่กำหนดให้การลงมติใช้เสียงเกินครึ่งของรัฐสภา คือ 370 เสียง ซึ่งสามารถลงมติได้ง่ายตามปกติที่เคยปฏิบัติมา

ขณะที่ ภาคประชาชน และ นักการเมืองซีกฝ่ายค้าน ยืนยัน ไม่ถอดใจ จะเดินหน้าผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นทางออกที่สันติที่สุด ซึ่งได้เสนอแนวทางไว้ 2 ทาง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยให้ประชาชนแก้ไขด้วยตัวเองใหม่ และ การแก้ไขรายมาตรา โดยเฉพาะการยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การปิดช่องทางการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยการเลือกจาก ส.ส. เท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ผู้แทนร่างเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกญัตติ เพื่อคืนสิทธิ์ให้ประชาชนด้วยความจริงใจ

ขณะที่ สส. ฝั่งรัฐบาล มองว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นทั้งประตูสู่วิกฤติครั้งใหญ่ และเป็นประตูสู่ทางออกของปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะขณะนี้ประเทศมีปัญหาทั้งเศรษฐกิจ และความขัดแย้ง พร้อมมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะแก้ได้ และคิดว่าในวาระรับหลักการจะผ่านไปได้

มาที่ ความเคลื่อนไหว ในเรื่องการเตรียมสู้ศึกการเลือกตั้งท้องถิ่น กันบ้าง ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่ต่างก็ยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น และเตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อังคารนี้ เพื่อพิจารณาและเห็นควรให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใดก่อนเป็นลำดับแรก

โดยรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ระบุว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติเลือกประเภทท้องถิ่นที่จัดการเลือกตั้งก่อนแล้ว กกต.จะต้องประชุม กำหนดวันที่เหมาะสมกับการจัดการเลือกตั้งและเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีการหารือกันเป็นการภายใน ถึงวันเวลาที่เหมาะสมก่อนได้ เพื่อป้องกันปัญหาติดขัด ทั้งเรื่องงบประมาณ วันหยุด ส่วนวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 13 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ีมีการหยุดต่อเนื่องหรือไม่นั้น ก็ต้องรับฟังความเห็น จากทาง กกต.ด้วยเพราะ วันหยุดต่อเนื่องประชาชนอาจออกเดินทางท่องเที่ยว

ด้าน พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์ กล่าวถึง ความคืบหน้าการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่างเว้นเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นมากว่า 6 ปีแล้ว และต้องยอมรับว่าถ้าต้องการการกระจายอำนาจให้สำเร็จ การเลือกตั้งท้องถิ่นจึงเป็นส่วนสำคัญ เพราะระดับท้องถิ่นได้ใกล้ชิดกับประชาชน และเป็นการตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยอยู่ในขั้นการเตรียมพร้อมส่งผู้สมัคร ทั้ง สนามเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ และการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ซึ่งในส่วนของการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ในฐานะประธานสรรหา ยังอยู่ระหว่างการแสวงหาผู้ร่วมอุดมการณ์ ยังไม่สรุปว่าจะเลือกใคร แต่มีรายชื่ออยู่ในมือบ้างแล้ว